ชาวบ้านหย่อมบ้านดอยเงิน (ห้วยโจ้) อ.ดอยหล่อเชียงใหม่ วอนให้ตรวจสอบที่ดินพุทธมณฑลเชียงใหม่ 192ไร่ และศูนย์ฝึกกีฬาบนพื้นที่สูงฯกว่า 500ไร่ จากที่เคยอยู่ในเขตปกครองบ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 แต่วันนี้ย้ายไปเป็นของบ้านโทกเสือ หมู่ 18 ได้อย่างไร ชาวบ้านสุดงง
วันที่ 18 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ชาวบ้านดอยเงิน หย่อมบ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 ตำบล ดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ รวมตัวกันเรียกร้อง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ ความถูกต้อง ที่ดินราชพัสดุ ที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่ พุทธมณฑลเชียงใหม่ กว่า 192 ไร่ และพื้นที่ ของศูนย์ฝึกกีฬาบนพื้นที่สูง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พื้นที่อีกกว่า 500 ไร่ ทั้ง 2 สถานที่ ชาวบ้านสุดงง ว่า ทั้งสองพื้นที่ เปลี่ยนเขตการปกครอง จากบ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 ไปอยู่ในเขตการปกครอง บ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไร ไปขอดูเอกสารที่อำเภอก็ไม่ให้ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้ง ตัวแทนของหมู่บ้าน คือ นายสวัสดิ์ หมื่นยอง ลงนามเป็นตัวแทนประชาชนหมู่บ้านดอยเงิน และนายปวินทร์พล อัครจิราพร ลงนามเป็นที่ปรึกษาตัวแทนชาวบ้านดอยเงิน เพื่อดำเนินการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่รัฐ และดำเนินการร้องทุกข์กับองค์กรอิสระต่างๆ เช่นหากชาวบ้านเดือดร้อน ทางตัวแทนชาวบ้านจะดำเนินการร้องเรียนเอาผิด จนท.ของรัฐและ จนท.นายทะเบียนได้เลยว่า ร่วมกันทำผิดกฎหมายหรือไม่ และยังมีหน้าที่ร้องเรียนหน่วยงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.และหรือสามารถเป็นตัวแทนชาวบ้านในการเบิกความในชั่นศาลได้อีกด้วย เพื่อต่อสู้ขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านในการดำเนินการ ในเรื่องแบ่งเขตที่ดินที่ไม่ชอบธรรมนี้ด้วยจนถึงที่สุด อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่ได้ ขัดขวางการก่อสร้าง ที่นำความเจริญเข้ามา แต่แปลกใจ ทำไมถึง เปลี่ยนเขตการปกครอง รวมทั้งการออกเลขที่บ้าน ของพุทธมณฑลฯถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งมีการขออนุญาตสิ่งปลูกสร้างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
นาย อนุชา ปันแจ่ม อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 บ้านโทกเสือ (คนใส่เสื้อเขียว) ก็ออกมายืนยัน ทั้ง 2 สถานที่ สมัยตนเอง เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นพื้นที่ราชพัสดุทั้ง 2 แห่ง อยู่ในเขตบ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 มาตั้งแต่แรก มีการแบ่งเขต การปกครองชัดเจน ก็ไม่ทราบว่า มีการเปลี่ยนแปลง ย้ายไปอยู่หมู่ที่ 18 ตอนไหนได้อย่างไร
นาย จรูญ อินใจคำ อดีตผู้ใหญ่บ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 (คนใส่เสื้อยีน) บอกว่า ในปี 2554 ชาวบ้านได้ทำหนังสือ ขอแยกบ้านดอยเงิน หย่อมบ้านห้วยโจ้ ไปตั้งหมู่บ้านใหม่ เป็นหมู่ที่ 27 แต่ก็ยังไม่สามารถ จัดตั้งหมู่บ้านใหม่ได้ และตอนนี้ ก็ยังมีเอกสาร หลักฐานไว้ว่า ที่ดินราชพัสดุผืนดังกล่าว อยู่ในเขตปกครอง บ้านห้วยโจ้ หมู่ที่ 5 รวมทั้งเอกสาร ของมหาวิทยาลัยฯ ที่ยื่นขอใช้พื้นที่ ราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ จำนวนกว่า 500 ไร่ ก็ยังมีข้อมูลอยู่ เป็นพื้นที่ ของบ้านห้วยโจ้ หมู่ 5 วันนี้ชาวบ้าน จึงรวมตัว ออกมาเรียกร้อง เพื่อขอให้ทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ชี้แจงข้อเท็จจริง และที่ผ่านมา ไม่ได้มีการ ทำประชาคม ของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้าน ต่างพากันงง ว่าไปเปลี่ยนตอนไหน พร้อมทั้งเตรียม ยื่นหนังสือถึง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.ในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงต่อไป.




ร่วมแสดงความคิดเห็น