รมช.โฮม ลงพื้นที่ จ.แพร่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำฝายแม่ยม ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะมี
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
นายสุบรรณ จำปา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการสอบบัญชี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 7
นางสาวจงรัก อิ่มใจ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 กรมวิชาการเกษตร
นายกฤษณะ ดีปาละ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์เขต 5
นางสาวสุจิตรา เตจ๊ะขอด ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่
นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน
นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ณ ฝายแม่ยม ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังสถานการณ์น้ำ แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายวรวัจน์ เอื้ออภืญญกุล อดีตสส.แพร่ เขต 3พท.นางภูวษา สินธุวงศ์ พท.แพร่ ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ นายอัสนี จารุชาติ ได้รายงานภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดแพร่ ขณะที่นายไชยวัฒน์ กำทอง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม ได้นำเสนอข้อมูลการบริหารจัดการน้ำของฝายแม่ยม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการสนับสนุนภาคการเกษตรและการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต และเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โอกาสนี้ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับฟังข้อเสนอและประเด็นโครงการที่จังหวัดและประชาชนต้องการผลักดัน พร้อมพบปะพูดคุยกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการจากพื้นที่จริง โดยย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้มีการมอบปัจจัยการผลิตและการสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก่เกษตรกรและองค์กรภาคการเกษตรในจังหวัดแพร่ ประกอบด้วย กรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบเงินอุดหนุนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ประเภทสหกรณ์บริการ ให้แก่สหกรณ์บริการครูแพร่ จำกัด จำนวน 250,000 บาท

กรมหม่อนไหม มอบเงินอุดหนุนแก่กลุ่มเกษตรกร 3 โครงการ ได้แก่ โครงการสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงไหมวัยอ่อนสำหรับไหมอุตสาหกรรม จำนวน 178,000 บาท โครงการธนาคารหม่อนไหม จำนวน 116,666 บาท และโครงการหมู่บ้านนำร่องไหมอุตสาหกรรมรังสีเหลืองเพื่อความยั่งยืน จำนวน 50,000 บาท เพื่อส่งเสริมอาชีพและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่

กรมส่งเสริมการเกษตร มอบต้นพันธุ์พืชให้แก่เกษตรกร จำนวน 300 ชุด ประกอบด้วยต้นกล้ามะละกอและต้นไผ่ กรมพัฒนาที่ดิน มอบเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) และน้ำหมักชีวภาพ รวม 300 ชุด เพื่อส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินและลดต้นทุนการผลิต

ขณะที่กรมประมง มอบพันธุ์ปลากินพืช จำนวน 100,000 ตัว เพื่อส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ในชุมชน และกรมวิชาการเกษตร มอบใบรับรองมาตรฐาน GAP ปลอดการเผาสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้งแก่เกษตรกร พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชและสารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรคพืช เพื่อส่งเสริมการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับแนวทางเกษตรยั่งยืน

ภายหลังการประชุมและมอบปัจจัยการผลิต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมพื้นที่ฝายแม่ยม ติดตามสภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จริง พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแพร่ ซึ่งนำเสนอผลการดำเนินงานและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาภาคเกษตรของจังหวัด

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดแพร่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น