กระทรวงศึกษาธิการยกระดับครูไทยสู่วิทยฐานะเชี่ยวชาญ! เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเวทีใหญ่พัฒนาศักยภาพบุคลากรการศึกษาที่เชียงใหม่
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมอบรมและพัฒนาเรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับรางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา มีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ” ในโอกาสนี้ นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้พบปะและให้กำลังผู้เข้าร่วมประชุม กิจกรรมในครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ในโอกาสนี้ นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้กล่าวเปิดงานและเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ โดยกล่าวว่า การอบรมและพัฒนาเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับรางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ เพื่อเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นและความร่วมมืออันเข้มแข็งขององค์กรทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดงานขึ้นเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าในวิชาชีพอย่างมั่นคง
เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะระดับสูงตามหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีผลงานเชิงประจักษ์ ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเชิดชูเกียรติสำหรับ “คนทำงานจริง” ที่ทุ่มเท เสียสละ และสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์จนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผลงานทุกชิ้นต้องส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้เรียน โรงเรียน และระบบการศึกษาของประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอบรมในวันนี้จะช่วยให้ทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และวิธีการอย่างถูกต้อง ชัดเจน สามารถนำไปวางแผนพัฒนาผลงาน และเตรียมความพร้อมสู่การมีหรือเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นใจ” นายธนูกล่าว
นายคงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การประชุมอบรมและพัฒนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเพื่อมีหรือเลื่อนวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ตลอดจนสร้างพลังขับเคลื่อนทางวิชาการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนาผู้เรียนและยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำเสนอผลงานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนผลลัพธ์ต่อผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน
ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือและการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1–6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ สำนักงานอาชีวศึกษาเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงใหม่ (สกร.) และกลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 6 ซึ่งได้ร่วมกันผลักดันและประชาสัมพันธ์จนมีผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมการอบรมรวมทั้งสิ้นกว่า 500 คน
นอกจากนี้ การจัดงานยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างดียิ่งจาก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงใหม่ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ยืนเคียงข้างครูและบุคลากรทางการศึกษาในด้านสวัสดิการและความมั่นคง รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดประชุมที่ทันสมัยจากโรงเรียนวารีเชียงใหม่ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ
การอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูไทย สอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและ ก.ค.ศ. ที่มุ่งส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเติบโตบนพื้นฐานของคุณภาพและผลงานเชิงประจักษ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต




ร่วมแสดงความคิดเห็น