เมื่อวานเขียนถึงงบโฆษณาของบริษัทบุหรี่ที่สูงเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาทต่อปี มีภาคีไลน์มาว่า “ใช้แบบไม่เสียดายเงินเลยนะคะ ยิ่งเหลือเชื่อว่ายังมีกำไรมหาศาลอีก”
ใช่แล้วครับ บริษัทบุหรี่มีกำไรสูงสุดในบรรดาธุรกิจที่ถูกกฏหมาย เฉพาะที่อังกฤษ 4 บริษัทบุหรี่ใหญ่มีกำไรปีละ 900 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 38,700 ล้านบาท
บริษัทบุหรี่อิมพีเรียลในอังกฏษ มีกำไรสุทธิ 46 ปอนด์ จากกำไร 100 ปอนด์หลังจากหักภาษีแล้ว
ข้อมูลปี พ.ศ.2561 พบว่า 6 บริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรก่อนเสียภาษี 55 พันล้านดอลล่าร์ หรือประมาณ 1,809,500 ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินไทยปี 2569 ที่เท่ากับ 3,780,600 ล้านบาท
เทียบกับกำไรของบริษัท โคคา-โคลา/เปปซี่โคลา/เนสต์เลย์/เฟดเอ็กซ์/มอนเดเลซ/เจนเนอเรล มิลส์/ สตาร์บัค/ไฮเนเคน์/คาร์สเบิกค์ ทั้งหมดรวมกันที่เท่ากับ 51 พันล้านดอลล่าร์( ประมาณ 1,677,900 ล้านบาท)
ที่บริษัทบุหรี่มีกำไรสูงอย่างบ้าคลั่ง เพราะขายสินค้าที่มีฤทธิ์เสพติดสูงมากๆ(นิโคติน) และมีต้นทุนตำ่มากๆ
อย่างกรองทิพย์ แอลแอนเอ็ม ต้นทุนซองละเพียง 5-6 บาท แต่ขายซองละ 60-70 บาท เสียภาษีซองละ 40 +บาท ที่เหลือเป็นกำไร
มาร์ลโบโร ต้นทุนซองละประมาณ 8 บาท ขายซองละ เหยียบ 140 บาท
ถามว่าทำไมตั้งราคาสูงได้ ก็เพราะคนที่เสพติดแล้ว เลิกยากมาก ราคาแพงขึ้นก็ต้องซื้อมาสูบ แม้จะรู้ว่าสูบแล้วทำลายสุขภาพตัวเองถึงตายได้
กำไรมหาศาลของบริษัทบุหรี่ จึงสามารถนำมาเป็นงบโฆษณาส่งเสริมการขาย จ่ายค่าจ้างพนักงานแพงๆ และใช้ในการวิ่งเต้นขัดขวางนโยบายควบคุมยาสูบของรัฐบาลประเทศต่างๆ เฝ้าระวังและดิสเครดิตองค์กรที่ทำงานควบคุมยาสูบ เพื่อรักษาผลกำไรไว้
สื่อต่างประเทศเขาเรียกกำไรของบริษัทบุหรี่ว่า “blood money” หรือ ”เงินเปื้อนเลือด“ ลองถามกูเกิลว่าทำไมจึงเรียกอย่างนั้น ได้รับตอบว่า ” เพราะกำไรของบริษัทบุหรี่ มาจากการขายสินค้าที่ทำให้เกิดโรคอย่างกว้างขวาง เสพติดและเสียชีวิต“ ความจริงที่น่าเจ็บปวดของโลกใบนี้
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 23 มิถุนายน 2569
อ้างอิง
https://www.tobaccopreventioncessation.com/pdf-138232-65532?filename=Industry-profits-continue.pdf
https://ash.org.uk/uploads/APPGTCP2021.pdf?v=1652361624

ร่วมแสดงความคิดเห็น