พิธีผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญ มนต์เสน่ห์ล้านนา ฮับน้องใหม่สู่ครอบครัวแพทย์ มช.

มีคำกล่าวว่าการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ตอนต้นอย่างเต็มตัว ชีวิตในมหาวิทยาลัยนั้นแตกต่างจากการศึกษาในโรงเรียน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จึงต้องปรับตัวกับทั้งการเรียน สังคม และสิ่งแวดล้อมใหม่ ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงมีการจัดพิธีรับน้องผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง ตลอดจนคณาจารย์ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสืบสานประเพณีโบราณของชาวล้านนาอีกด้วย

มีบันทึกว่า พิธีบายศรีสู่ขวัญจัดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2508 ณ อาคารสันทนาการ และจัดต่อเนื่องกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมที่ดีงามและเอกลักษณ์ของภาคเหนือและเพื่อความเป็นสิริมงคลตามแบบฉบับพิธีต้อนรับแต่โบราณของชาวล้านนา ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ หรือการฮ้องขวัญของภาคเหนือ เป็นประเพณีมงคลที่ต้องการให้ผู้ได้รับการทำบายศรีมีความสุขสวัสดี เพราะขวัญได้รับการผูกไว้ไม่ให้หนีไปไหน คนที่มีขวัญอยู่กับตัว ย่อมเป็นคนมีกำลังใจ มีสภาพจิตใจมั่นคงเข้มแข็ง

นางสาวธัญลักษณ์ อริยะดิบ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า “ฐานะนักศึกษาแพทย์ปี1 ดิฉันรู้สึกถึงความสำคัญของพิธีผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญนี้เป็นอย่างยิ่ง จากการสัมผัสถึงบรรยากาศความขลังภายในงาน อีกทั้งยังรู้สึกซาบซึ้งและขอบพระคุณพระอาจารย์ที่ได้เมตตามาดำเนินพิธีอันทรงคุณค่า เพื่อต้อนรับขวัญให้นักศึกษาหน้าใหม่ ที่ในอนาคตจะถูกบ่มเพาะจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เป็นแพทย์ผู้มีจริยธรรมและเป็นแพทย์ผู้มีความสามารถ ช่วงเวลาที่ได้รับการผูกข้อไม้ข้อมือ จากคณาจารย์นั้น ดิฉันรู้สึกตื้นตันใจ และ รู้สึกได้รับการต้อนรับจากผู้ใหญ่ทุกท่าน หนึ่งในความประทับใจที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญคือ ดิฉันได้พบกับอาจารย์ผู้สัมภาษณ์เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง อาจารย์ยังคงสดใส น่ารัก เป็นกันเอง อีกทั้งยังกล่าวต้อนรับ และอวยพรเป็นอย่างดี และท้ายที่สุดสายสิญน์ที่ผูกโดยรุ่นพี่ รุ่นพี่แต่ละท่านก็อวยพรเป็นอย่างดี ดิฉันรู้สึกยินดี ปลื้มปิติ และขอให้ทุกคำอวยพรย้อนกลับเข้าหาทุกๆท่านเช่นกัน ในเวลานี้ดิฉันรู้สึกเหมือนได้มาเป็นครอบครัว Med CMU อย่างเต็มตัวแล้ว สายสิญน์ที่ข้อมือนี้จะเป็นพยาน และผูกความสัมพันธ์ของเราไว้ค่ะ สุดท้ายนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

ด้าน นางสาวจิฎ์ณภัฐร์ อัครวนสกุล นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่1 กล่าวว่า “กิจกรรมในช่วงพิธีการผูกข้อไม้ข้อมือ เป็นกิจกรรมที่สร้างทั้งความประทับใจและความตื่นตาตื่นใจให้กับดิฉันเป็นอย่างมาก ในช่วงของก่อนการผูกข้อมือ จะได้รับฟังการสวดเพื่อศิริมงคล ซึ่งเป็นบทสวดที่ดิฉันไม่เคยได้ยิน ซึ่งได้สร้างความรู้สึกบางอย่าง ที่มีทั้งความรู้สึกอิ่มเอมจากสิ่งที่บทสวดต้องการจะสื่อถึง และยังรู้สึกตื้นตันใจ ที่ยังคงมีประเพณีอันเก่าแก่นี้สืบต่อมาให้คนรุ่นหลังๆ อย่างดิฉันได้สัมผัสประสบการณ์นี้ หลังจากที่สายสิญจน์ได้รับการสวดมนต์เรียบร้อย ดิฉันก็ได้รับการผูกข้อมือทั้งจากคณาจารย์ ท่านได้ให้คำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์มากๆ สำหรับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปีแรกของดิฉัน อีกทั้งยังได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามจากรุ่นพี่สตาฟที่ดิฉันเคารพนับถือ ดิฉันมิอาจจะนึกภาพออกเลยว่า ถ้าดิฉันไม่ได้มาเป็นนักศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แห่งนี้ จะมีโอกาสได้สัมผัสกับบรรยากาศที่น่าอบอุ่นและชวนหลงไหลอีกหรือไม่ ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมกับการจัดงานนี้ ที่ได้สร้างประสบการณ์ดีๆ ที่ไม่มีวันลืมให้กับพวกเรานักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 นะคะ“

อ้างอิงข้อมูลจาก : หนังสือจากวันวานสู่วันนี้ 65 ปีแพทย์เชียงใหม่

เรียบเรียงโดย นส.ธัญญลักษณ์ สดสวย งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มช.

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/9xrfS

#พิธีผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

ร่วมแสดงความคิดเห็น