วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 15.30 น.โดยการอำนวยการ พ.ต.อ.สุรมนต์ เฉลิมจันทร์ ผกก.สภ.สันกำแพง, พ.ต.ท.โชติพัฒน์ แสงโรจน์ รอง ผกก.สส.สภ.สันกำแพง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วีระชน กัญญาโภค สว.สส.สภ.สันกำแพงฯพร้อมกับพวกได้ร่วมกันจับกุมนางนัฐยา หรืออ้อย อายุ 55 ปี ชาว ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ในชั้นจับกุมผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาแล้วให้การรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์มาจริง
สถานที่เกิดเหตุร้านขายของชำ ม.4 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.สันกำแพง ได้มาแจ้งความพงส.สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.18 น. สถานที่จับกุมหอพัก ม.5 ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
ทั้งนี้ผู้เสียหายมาพงส.สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ แจ้งว่าจากการตรวจสอบทรัพย์สินบริเวณจุดขายของซึ่งเป็นร้านขายของชำของนางสุภาพ ใจมั่ง ปรากฏว่ากระเป๋าเงิน ซึ่งภายในกระเป๋ามีทรัพย์สินเป็นเงินสด จำนวน 1,200 บาท (ธนบัตรไทย ฉบับละ 20 บาท จำนวน 40 ฉบับ และ ธนบัตรไทย ฉบับละ 100 บาท จำนวน 4 ฉบับ) , ฉลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 1 ฉบับ และบัตรประจำตัวประชาชนของนางสุภาพ ใจมั่ง ได้หายไป
จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งภายในร้านขายของชำดังกล่าว พบว่าคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด แต่งกายด้วยการสวมเสื้อแจ๊คเกตแขนยาว กางเกงขายาว สวมหมวกปีก สวมใส่หน้ากากอนามัย เข้ามายังภายในร้านในขณะที่นางสุภาพ ใจมั่ง นอนหลับอยู่ภายในร้านจากนั้นได้ขโมยเอาทรัพย์สินของนางสุภาพ ที่วางไว้อยู่เตียงนอนในร้านฯ แล้วหลบหนีไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สันกำแพง จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ แล้วได้ทำการสืบสวนเก็บหลักฐาน เมื่อทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดภายในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี พบว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุผู้หญิง อายุประมาณ 50 ปี รูปร่างสันทัด สวมเสื้อแจ๊คเก็ตแขนยาวสีเขียว สวมกางเกงขายาวสี สวมหมวกปีกสีแดง สวมรองเท้าแตะสีขาว ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นฟีโน่ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไปตามถนนสาธารณะในพื้นที่อำเภอสันกำแพง ไปยังเขตติดต่ออำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ไปยังพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
จากการตรวจสอบแผนประทุษกรรมย้อนหลังในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในพื้นที่อำเภอ สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.สันกำแพง มาแล้วหลายครั้ง โดยแต่ละครั้งจะสวมเครื่องแต่งกายอำพลางตัวลักษณะคล้ายๆ กัน และจะใช้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวในการก่อเหตุและหลบหนี
ต่อมาในวันนี้ (23 มิถุนายน 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่าว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีบุคคลิกท่าทางลักษณะคล้ายกับ นางนัฐยา ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณหอพัก ม.5 ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมในระบบ CRIMES POLICE ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า นางนัฐยา เคยมีพฤติการณ์ในการลักทรัพย์และถูกจับกุมดำเนินคดีมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อเดินทางไปถึง พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาวน้ำตาล หมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าหอพักฯ ซึ่งมีลักษณะตรงกับรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายก่อเหตุ จากนั้นได้สังเหตุเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ภายในห้องพักที่เกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจนอกเครื่องแบบ พร้อมทั้งแจ้งยศ ชื่อ ตำแหน่ง โดยมี ร.ต.อ.ธีระ กันทะวงค์ แจ้งให้ทราบจนเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงได้สอบถามผู้หญิงคนดังกล่าวทราบชื่อว่านางนัฐยา เมื่อทำการสอบถาม นางนัฐยาหรืออ้อยฯ ให้การรับสารภาพว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตนเองเป็นคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ในร้ายขายของชำที่ ม.4 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จากนั้นนางนัฐยาได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจค้นภายในห้องพักของนางนัฐยา โดยความยินยอมของนางนัฐยา จากการตรวจค้นพบของกลาง ภายในห้องฯ และรถจักรยานยนต์ฯ คันที่ใช้ในวันเวลาที่ก่อเหตุที่จอดไว้บริเวณลานจอดรถ ยอมรับว่าทั้งหมดเป็นเครื่องแต่งกายและยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุจริง และหลังจากก่อเหตุนางนัฐยา ขณะหลบหนีได้มีฝนตกทำให้เสื้อแจ๊คเกตที่สวมใส่ก่อเหตุเปียก จึงได้เปลี่ยนเป็นเสื้อแจ๊คเกตอีกหนึ่งตัวที่เตรียมมาทำการเปลี่ยนสวมใส่แทน ส่วนเสื้อตัวที่เปียกตนเองได้โยนทิ้งไป ซึ่งนางนัฐยาหรืออ้อยฯ ยอมรับว่าของกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจพบเป็นเสื้อผ้าและยานพาหนะที่ใช้ในวันก่อเหตุจริง โดยไม่ได้โต้แย้งในกรรมสิทธิ์ใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัว นางนัฐยาหรืออ้อยฯ มายัง สภ.สันกำแพง
จากนั้นจึงได้จัดทำบันทึกจับกุมไว้เป็นหลักฐานแล้วนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น