อธิบดีกรมอุทยานฯ มอบหนังสือรับรองทำกินในป่าอนุรักษ์แม่ฮ่องสอน 1,857 ราย 3.5 หมื่นไร่ เดินหน้านโยบาย “คนอยู่กับป่า” แก้ปัญหาที่ดินยั่งยืน
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ ให้แก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายชัยชาญ ศรียงค์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมใหญ่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
การมอบหนังสือรับรองครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 และนโยบายของรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่า” อย่างยั่งยืน อาศัยอำนาจตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและบริหารจัดการพื้นที่ในเขตป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง โดยขณะนี้แล้วเสร็จ 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสันปันแดน 17 หมู่บ้าน 757 ราย 1,377 แปลง เนื้อที่ 6,896 ไร่ ออกหนังสือแบบ อส.12 ช อุทยานแห่งชาติสาละวิน 11 หมู่บ้าน 1,100 ราย 2,042 แปลง เนื้อที่ 28,883.62 ไร่ ออกหนังสือแบบ อส.12 ก รวมทั้งสิ้น 28 หมู่บ้าน 1,857 ราย 3,419 แปลง เนื้อที่ 35,779.62 ไร่
โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า หนังสือรับรองนี้จะระบุขอบเขตแปลงที่ดินชัดเจนเป็นรายแปลง เพื่อให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินได้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งนี้คือพันธสัญญาระหว่างรัฐกับชุมชน ในการร่วมกันดูแลรักษาผืนป่าอนุรักษ์ เพราะที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากยังประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ส่งผลต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิต การมอบหนังสือรับรองในวันนี้จึงเป็นนิมิตหมายอันดีของพี่น้องชาวแม่ฮ่องสอน
อธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำว่า หนังสือรับรองนี้ไม่เพียงลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน แต่ยังสร้างความมั่นใจและความมั่นคงในการอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับสิทธิให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่บุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม และร่วมกันปกป้องผืนป่าอนุรักษ์ให้คงความอุดมสมบูรณ์ส่งต่อไปยังลูกหลานทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการดำรงชีวิตของประชาชน ให้สามารถ “คนอยู่กับป่า” ได้อย่างเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน




ร่วมแสดงความคิดเห็น