ตั้งหมู่บ้านใหม่ “บ้านดอยเงิน” อำเภอดอยหล่อ ไร้ปัญหา

ตั้งหมู่บ้านใหม่ “บ้านดอยเงิน” อำเภอดอยหล่อ “ตั้งได้ไร้ปัญหา” แต่สงวนพื้นที่ก่อสร้างพุทธมณฑลและมหาวิทยาลัยกีฬาให้อยู่ให้พื้นที่บ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ดังเดิม ทำประชาคมแล้ว ชาวบ้านโทกเสือมีมติ “ไม่เห็นชอบที่จะยกพื้นที่วิทยาลัยกีฬา ให้เป็นพื้นที่บ้านดอยเงิน” พ่อหลวงจรัลยืนยันอีกกับที่ประชุม “ขอยึดตามประชาคมราษฎรโทกเสือ” ด้านมหาวิทยาลัยกีฬาฯ แจงทั้งพื้นที่พุทธมณฑลและมหาวิทยาลัยกีฬามีเอกสารจากกรมธนารักษ์ถูกต้องตามกฎหมายระบุชัดตั้งอยู่ที่ใด ส่วนท่อส่งน้ำที่พาดผ่านในที่ดิน ชลประทานจะบำรุงรักษาจะซ่อมแซมทำได้ตลอดเวลา

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมภายในพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พระครูอมรธรรมทัต เจ้าอาวาสวัดพันอ้น ผู้อำนวยการพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่ พระครูอภิวัฒนวิกรม รองเจ้าคณะอำเภอดอยหล่อ เจ้าอาวาสวัดปากทางเจริญ นายปรีชา ศิรินาม นายอำเภอดอยหล่อ นายนรินทร์ แสงศรีจันทร์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตเชียงใหม่ พร้อมด้วย ปลัดอำเภอ ผู้แทนจากโครงการชลประทานเชียงใหม่ ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อำเภอดอยหล่อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอยหล่อ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.ดอยหล่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 บ้านโทกเสือ ต.ดอยหล่อ ผู้แทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง ประชุมหารือร่วมกันในการที่จะต้องตอบจังหวัดเชียงใหม่กรณีที่มีกลุ่มราษฎรได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์

นายปรีชา ศิรินาม นายอำเภอดอยหล่อ กล่าวในที่ประชุมว่า มีอยู่ราว 3-4 ประเด็น ที่กลายเป็นประเด็นสร้างความไม่เข้าใจต่อสังคม และราษฎรบางกลุ่ม เรื่องแรกกรณีการแยกหมู่บ้านของหย่อมบ้านดอยเงิน ซึ่งเป็นหย่อมบ้านหนึ่งของหมู่ที่ 5 บ้านห้วยโจ้ ซึ่งเรื่องนี้ทางอำเภอดอยหล่อรับรู้รับทราบมาโดยตลอด โดยการแยกหย่อมบ้านดอยเงินนั้นไม่มีปัญหาเป็นไปตามเงื่อนไขที่สามารถแยกเพื่อตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่ได้ เพียงแต่ยังไม่ได้ข้อยุติเรื่องแนวเขต โดยเฉพาะส่วนพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ ที่ยังไม่มีข้อยุติว่าจะให้อยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้านไหนอย่างไร ซึ่งเรื่องแนวเขตของสาระสำคัญในการจะแยกหมู่บ้านได้หรือไม่ได้ โดยแนวเขตจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายทั้งหมู่บ้านเดิมและหมู่บ้านใหม่ที่จะแยกไปตั้งใหม่

สำหรับการประชุมหารือเกี่ยวกับหารือการตั้งหมู่บ้านใหม่ (แยกหย่อมบ้านดอยเงินเป็นหมู่บ้านใหม่ของตำบลดอยหล่อ) ในส่วนของอำเภอดอยหล่อให้ข้อมูลว่า วันที่ 5 พ.ค. 2568 มีการยื่นเรื่องขอตั้งหมู่บ้าน วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ประชุมประชาคมเพื่อขอแยกหมู่บ้าน วันที่ 26 มิ.ย. 2568 นำเรื่องเข้าสภา อบต.ดอยหล่อ เพื่อขอมติเห็นชอบการตั้งหมู่บ้านใหม่ (บ้านดอยเงิน) วันที่ 25 พ.ย. 2568 อำเภอดอยหล่อประชุมเพื่อหารือเรื่องการตั้งหมู่บ้านดอยเงิน ที่ประชุมไม่สามารถตกลงเรื่องแนวเขตบ้านดอยเงินได้ เนื่องจากมีพื้นที่ทับซ้อนกับบ้านโทกเสือ หมู่ 18 พื้นที่ที่ไม่สามารถตกลงกันได้คือ บริเวณที่ก่อสร้างพุทธมณฑล และมหาวิทยาลัยกีฬาฯ จึงให้ตัวแทนบ้านดอยเงินจัดทำแนวเขตใหม่อีกครั้ง วันที่ 12 มี.ค. 2569 อำเภอดอยหล่อ จัดประชุมร่วมกับตัวแทนบ้านดอยเงิน เพื่อกำหนดแนวเขตพื้นที่ ตัวแทนเสนอขอพื้นที่ มหาวิทยาลัยกีฬาฯ เข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านดอยเงินที่จะตั้งหมู่บ้านใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของบ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ที่ประชุมมีมตินำเรื่องดังกล่าวหารือกับคณะกรรมการหมู่บ้านบ้านโทกเสือ เพื่อขอประชามติของหมู่บ้านโทกเสืออีกครั้ง และวันที่ 11 มิ.ย. 2569 อำเภอดอยหล่อ ทำประชาคมหมู่บ้านบ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ต.ดอยหล่อ เพื่อขอมติการตั้งหมู่บ้านดอยเงินที่ขอพื้นที่ มหาวิทยาลัยกีฬาฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 18 บ้านโทกเสือ ผลประชาคม ราษฎรส่วนใหญ่ ไม่เห็นชอบที่จะยกพื้นที่วิทยาลัยกีฬา ให้เป็นพื้นที่บ้านดอยเงิน ทั้งนี้ที่ประชุมราษฎรหมู่ที่ 18 บ้านโทกเสือ ไม่ได้คัดค้านการตั้งหมู่บ้านดอยเงิน หากหมู่บ้านดอยเงินกำหนดแนวเขตที่ไม่ทับซ้อนพื้นที่บ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18

ทั้งนี้มติที่ประชุมประชาคมราษฎรบ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ต.ดอยหล่อ ซึ่งมีมติไม่ให้เอาพื้นที่ที่ก่อสร้างมหาวิทยาลัยกีฬาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ในหมู่บ้านโทกเสือ แยกไปรวมอยู่กับการตั้งหมู่บ้านใหม่ บ้านดอยเงิน ซึ่งสอดคล้องกับที่ นายจรัล ทรเทพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 บ้านโทกเสือ ซึ่งเข้าประชุมด้วยและกล่าวยืนยันในที่ประชุมที่จะยึดตามมติประชามของราษฎรในการที่จะไม่ได้พื้นที่ก่อสร้างพุทธมณฑลและมหาวิทยาลัยกีฬาฯ ให้ยังอยู่ในพื้นที่บ้านโทกเสือ หมู่ที่ 18 ดังเดิม ส่วนการจะแยกหย่อมบ้านเพื่อตั้งหมู่บ้านใหม่ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด โดยให้ยึดแนวหย่อมบ้านเดิมเป็นแนวหมู่บ้านใหม่ หมู่ที่ 27 ตำบลดอยหล่อ

ด้าน นายนรินทร์ แสงศรีจันทร์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ประจำวิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวในที่ประชุมว่า ในส่วนที่ดินที่ราชพัสดุซึ่งทางมหาวิทยาลัยการกีฬาฯ ได้รับการอนุมัติให้ใช้ จากที่เสนอขอให้ไปทั้งหมด 837 ไร่ แต่ได้มีการเจรจากับทางกรมธนารักษ์ที่สุดเนื้อที่ที่ราชพัสดุที่มหาวิทยาลัยกีฬาฯ ขอใช้ได้จริงจำนวน 555 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินฝากตะวันออกของที่เดินแปลงใหญ่ ส่วนที่เหลือเป็นที่ราชพัสดุสำหรับพุทธมณฑลซึ่งมีแนวเขตที่ดินติดกัน ขณะนั้นมีที่ดินบางส่วนที่ราษฎรใช้ประโยชน์อยู่ (ทำประโยชน์บนที่ราชพัสดุ) ซึ่งการเริ่มขอใช้ที่ราชพัสดุของมหาวิทยาลัยกีฬาฯ เริ่มในสมัยที่ ผวจ.เชียงใหม่ ชื่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และได้รับเอกสารที่ราชพัสดุให้มหาวิทยาลัยกีฬาฯ ในสมัยที่ ผวจ.เชียงใหม่ ชื่อ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผ่านผุ้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มากถึง 7 คน เปลี่ยนนายอำเภอดอยหล่อจำนวน 8 คน ซึ่งได้ผ่านกระบวนการต่างๆ ตามกฎหมายทุกประการ โดยเฉพาะการทำประชาชพิจารณ์ หรือประชาชนราษฎรในพื้นที่ ซึ่งการทำประชาพิจารณ์เป็นเงื่อนไขสำคัญในการที่กรมธนารักษ์จะออกเอกสารการใช้ที่ดินให้กับมหาวิทยาลัยกีฬาฯ

“เอกสารการใช้ที่ดินที่ราชพัสดุของพุทธมณฑลหรือพุทธสถาน และของมหาวิทยาลัยกีฬาฯ ซึ่งอยู่กับผมขณะนี้ แสดงชัดเจนว่า ที่ดินทั้ง 2 แปลงมีเอกสารให้ใช้ที่ดินที่ราชพัสดุถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ทำต่อเนื่องมาการทำให้เป็นสถานที่ราชการโดยการทำรั้วรอบขอบชิดระบุให้ชัดเจนว่าเป็นที่ของมหาวิทยาลัยกีฬาฯ โดยไม่มีการแตะต้องท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำของชลประทานที่วางผ่านที่ดินแต่เดิม ซึ่งแนวท่อส่งน้ำนี้อยู่ในแผนแม่บทในการก่อสร้างอาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัยฯ ที่ไม่มีส่งปลูกสร้างใดๆ ไปก่อสร้างทับท่อส่งน้ำ จะมีแค่ถนนบางสายเท่านั้น ส่วนชลประทานจะเข้ามาบำรุงรักษา ซ่อมแซมหากมีการชำรุดได้สามารถทำได้โดยตลอด แค่แจ้งมาที่มหาวิทยาลัยก็เข้ามาซ่อมแซมได้เลย” รองอธิการบดีฯ กล่าว

ทั้งนี้แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในส่วนเอกสารการให้ใช้ที่ดินที่ราชพัสดุเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬา และก่อสร้างพุทธมณฑล เอกสารทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวระบุที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 18 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคือพื้นที่ “บ้านโทกเสือ”

ร่วมแสดงความคิดเห็น