เยาวชนภาคเหนือตอนบน ลำพูน-พะเยา ยื่นหนังสือจี้รัฐบาลรับรอง พ.ร.บ. กัญชาฉบับประชาชน

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก เครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน นำโดย สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน และสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา ร่วมกับ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เข้ายื่นหนังสือถึงตัวแทนรัฐบาลในระดับจังหวัด เพื่อผลักดันนโยบายควบคุมกัญชาและปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่จังหวัดลำพูน ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน ร่วมกับ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดลำพูน และเครือข่าย ขสย. เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลังไทยต้านภัยยาเสพติด” ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อแสดงพลังความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยคณะผู้แทนเยาวชนได้เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ นางสาววรุชา ไชยฮั่ง เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ (ปลัดอำเภอ) ประจำศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูน (ศอ.ปส.จ.ลพ.) โดยมี นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ร่วมเป็นสักขีพยาน

เครือข่ายเยาวชนลำพูนเน้นย้ำจุดยืน “กัญชาทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ” เพื่อป้องกันไม่ให้กัญชากลายเป็น “สารตั้งต้น” ที่นำพาเยาวชนเข้าสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่น, พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรับรองร่างกฎหมายที่มีความรัดกุมกว่าประกาศกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบัน

ในวันเดียวกัน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา ได้เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอต่อหน่วยงานสำคัญในจังหวัดเพื่อสะท้อนความกังวลของภาคประชาชนต่อสถานการณ์กัญชาในพื้นที่ โดยยื่นต่อ นางวัลลภา ธนู ประสิทธิ์วัชรากร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา (พมจ.พะเยา) เพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากผลกระทบของกัญชาเสรีที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง และยื่นต่อแรงงานจังหวัดพะเยา เพื่อประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวังยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

สำหรับกิจกรรมช่วงเย็น คณะเยาวชนพะเยาเข้ายื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ภายในงาน “พะเยาไพรด์ (กว๊ายพะเยา)” เพื่อแสดงพลังคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นนโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่ชัดเจน และห้ามการสูบหรือจำหน่ายในที่สาธารณะที่สร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญ

ทั้งนี้ข้อเรียกร้องหลักคือ รับรอง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ฉบับภาคประชาชน โดยเครือข่ายเยาวชนทั้งสองจังหวัดมีข้อเสนอร่วมกันในการขอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง “ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. (ฉบับภาคประชาชน)” ซึ่งรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 50,000 รายชื่อ, โดยมีประเด็นสำคัญคือ

  1. ปิดช่องโหว่กฎหมาย: กฎหมายปัจจุบันยังขาดการควบคุมไปถึงแหล่งปลูกและฟาร์ม ซึ่งทำให้กัญชารั่วไหลสู่ตลาดสันทนาการได้ง่าย,
  2. จำกัดพื้นที่จำหน่าย: ห้ามจำหน่ายผ่านตู้อัตโนมัติ ช่องทางออนไลน์ และห้ามจำหน่ายใกล้สถานศึกษา วัด หรือหอพักอย่างเด็ดขาด
  3. มาตรฐานทางการแพทย์: กำหนดให้กัญชาช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุมที่ต้องสั่งจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์เท่านั้น และใช้ได้ไม่เกินปริมาณที่จำเป็นต่อการรักษา 30 วัน

การขับเคลื่อนของเยาวชนในครั้งนี้เป็นไปตามแนวคิด “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” เพื่อหวังให้รัฐบาลยกระดับการควบคุมกัญชาจากประกาศกระทรวงฯ สู่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับทุกคน

ร่วมแสดงความคิดเห็น