อาทิตย์ก่อน รศ.พญ เริงฤดี ปธานวนิช จากรามาธิบดีไปบรรยาย เรื่องบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าที่จังหวัดหนึ่งในภาคกลาง ให้ตัวแทนนักเรียน ม.1 จาก 6-7 โรงเรียน ตกใจมากที่พบว่า นักเรียนเกือบทุกคนไม่รู้จัก นิโคติน และไม่รู้ว่า นิโคตินเป็นสารเสพติดในบุหรี่
เมื่อคืนมีหมอโรคหัวใจส่งเคส ผู้ป่วยชายอายุ65 ปี เป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมัน เพิ่งหายจากโรคเส้นเลือดสมองตีบ สูบบุหรี ไม่เลิกกลับไปสูบต่อ มาด้วยแน่นหน้าอกเฉียบพลัน มีหัวใจล้มเหลว นำ้ท่วมปอด การสูบฉีดของหัวใจเหลือ 36% และกล้ามเนื้อหัวใจส่วนล่างไม่บีบตัว(กล้ามเนื้อตาย)
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคม โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องไปทบทวนการเรียนการสอนเรื่องสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ที่ต้องไปเพิ่มพื้นที่การให้ความรู้เรื่อง“การเสพติดนิโคติน” ทั้งในโรงเรียน ชุมชนและประชาชนทั่วไป
เพราะบริษัทบุหรี่กำลังทุ่มโปรโมทผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินถุง มาทอดแทนบุหรี่มวน
ผมนำเคสที่ป่วยเส้นเลือดสมองตีบแล้ว ก็ยังเลิกสูบไม่ได้ กลับไปสูบจนหัวใจวายจากเส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการเสพติดนิโคติน สมกับที่ว่า “นิโคตินเสพติดจนตาย”
สังคมไทยจึงต้อง รู้เท่าทันที่เครือข่ายลิ่วล้อบริษัทบุหรี่ ที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ลดอันตราย” พร้อมเสนอให้รัฐบาลหันมาใช้นโยบาย “ Harm reduction ”
ซีอีโอของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าใหญ่ 2 บริษัท ออกประกาศว่า เขาห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ลูกวัยรุ่นของเขาสูบบุหรี่ไฟฟ้า/ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน
นักข่าวถามว่า “แล้วคุณจะบอกอะไรกับ พ่อแม่ที่ลูกเขาติดบุหรี่ไฟฟ้า” ซีอีโอคนหนึ่งตอบว่า I am sorry ผมเสียใจครับ
ผมจึงขอฝากเรื่องนี้ ให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สื่อ ที่จะช่วยกันทำให้นักเรียนทั่วประเทศรู้ว่า
นิโคตินเป็นยาพิษ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด รวมถึงนิโคตินถุง ที่มีฤทธิ์เสพติดรุนแรง
และ 7 ใน 10 ของเด็กไทยที่สูบบุหรี่ เสพติดนิโคติน เลิกไม่ได้จนถึงตาย
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 27 มิถุนายน 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น