วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านกงสุลใหญ่ เฉิน ไห่ผิง ร่วมสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำนครเชียงใหม่ จัดการสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
.
ซึ่งท่านกงสุลใหญ่กล่าวว่า สาเหตุที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลายเป็นพรรคที่ปกครองนั้น มาจากการเลือกของประวัติศาสตร์และความไว้วางใจจากประชาชน นับตั้งแต่การก่อตั้งพรรคเมื่อปี ค.ศ.1921 ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำเหล่ากรรมกร ชาวนา ขับไล่ญี่ปุ่น ผู้รุกราน และล้มล้างการปกครองของพรรคก๊กมินตั๋ง เพื่อสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ประชาชนปกครอง และบรรลุเอกราชของชาติ
.
นับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศ พรรคได้นำประชาชนชาวจีนปลดปล่อยความคิดและก้าวไปข้างหน้า เปิดเส้นทางสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะ ดำเนินระบบเศรษฐกิจแบบตลาดสังคมนิยม ซึ่งประสบความสำเร็จจนนำพาจีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก
.
ซึ่งการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 ภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทำให้สามารถขจัดความยากจนได้สำเร็จในปี ค.ศ. 2020 พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาขั้นสูงอย่างครอบคลุม
.
โดยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด GDP ของจีน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2,000 เท่า จาก 67.9 พันล้านหยวนในปี ค.ศ. 1952 เป็น 140 ล้านล้านหยวนในปี ค.ศ. 2025
.
และในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 มีการสร้างงานในเมืองใหม่กว่า 62 ล้านตำแหน่ง จัดตั้งระบบการศึกษา ประกันสังคม การดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก
.
ซึ่งการเติบโตและการพัฒนาของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ไม่ใช่แนวทางที่ “ผู้ชนะได้ทุกอย่าง” แต่เป็น “การร่วมกันเพื่อทำให้เค้กชิ้นใหญ่ขึ้น” ที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้สนับสนุนโครงการพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอินโดจีน อาทิ โครงการรถไฟลาว – จีน ซึ่งช่วยขนส่งสินค้าทุเรียนจากไทยไปจำหน่ายถึงนครคุณหมิง ของจีน รวมทั้งโครงการ “เทคโนโลยีน้ำอัจฉริยะเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศ” ซึ่งจีนได้ร่วมมือกับไทยในการพัฒนาโครงการดังกล่าว ที่จังหวัดนครราชสีมา
.
นอกจากแนวทางการพัฒนาประเทศแล้ว ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของไทยและจีน ช่วยนำไปสู่อนาคตที่สดใสร่วมหัน ดังคำพูดที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกันเอง”
.
หลังจากนั้น จะเป็นช่วงเสวนาที่เปิดให้ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนและแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ
.
เริ่มด้วยคุณนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ผู้อำนวยการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 3 กล่าวว่า จาก 10 ปีก่อนที่เคยได้เดินทางไป และล่าสุดในการดูงานด้านสื่อมวลชนที่ซีอาน และปักกิ่ง ในปีที่ผ่านมา
.
ปัจจุบันจีนเปลี่ยนไปมากขึ้น โดยเฉพาะวงการสื่อมวลชน จากเดิมที่แยกไปตามช่องทางต่างๆ อาทิ โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสังคมออนไลน์ แต่ขณะนี้ได้หลอมรวมการทำงานร่วมกัน ใช้เทคโนโลยีผสานงาน พร้อมก้าวข้ามการรายงานข่าวจากในประเทศให้ครอบคลุมต่างประเทศมากขึ้น ช่วยเข้าถึงประชาชนในการรับข่าวสารมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถขยายความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสื่อสารมวลชนจีนกับหน่วยงานทางด้านสื่อของไทยได้
.
ด้านคุณกฤตภาส สิทธิชัน นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ กลุ่มอำนวยการ และ คุณศิริวรรณ เขื่อนคำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่
.
จากการไปดูงานที่จีนล่าสุด โดยเฉพาะด้านการคมนาคม พบว่ารถไฟความเร็วสูงจีน มีความยาวมากที่สุดในโลก ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในด้านการขนส่ง แต่ยังช่วยกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคต่างๆและชนบท นอกจากนี้ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของจีน ซึ่งมีการออกแบบเส้นทางที่ดี ช่วยให้ประชาชนในเขตเมืองใหญ่เดินทางสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
.
รวมทั้งยังจัดระบบขนส่งมวลชนย่อย อาทิ รถบัสที่เชื่อมชุมชนที่ห่างไกลมาถึงระบบรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย และยังมีการจัดการตารางเวลาที่ให้บริการที่สอดคล้องกับเวลาการเดินทางของประชาชน ระบบชำระค่าบริการสมัยใหม่ ที่เป็นดิจิทัล ตอบโจทย์การวางผังเมืองที่มีคุณภาพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง
.
ต่อมา คุณพีรพงศ์ เชิดสถิรกุล นายกสมาคมนักธุรกิจไทยจีนเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า ในฐานะลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 3 ผมโชคดีที่รุ่นคุณพ่อส่งเสริมให้เปิดโลกทัศน์ เรียนรู้ภาษา ดูงานต่างประเทศ โดยไปประเทศจีนครั้งแรกในวัยเด็ก เมื่อปี พ.ศ. 2521 ผ่านมาหลายทศวรรษ พบว่าจีนเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมากขึ้น มีความทันสมัย ล้ำหน้ากว่าประเทศตะวันตกหลายประเทศ โดยสหประชาชาติกล่าวว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของจีน เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมนุษยชาติ ทั้งการขจัดความยากจนของจีนที่รวดเร็วกว่ากำหนด และการพัฒนาเทคโนโลยี จากนโยบายการพัฒนาที่นำโดยรัฐบาลจีน ทั้งระบบเอ.ไอ. สถานีอวกาศเทียนกง และโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ พร้อมทั้งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาชาติ ทั้งกลุ่มประเทศ BRICs และ G20 ทำให้ผมยอมรับว่าจีนไม่ได้พัฒนาเพื่อความเป็นหนึ่งอย่างเดียว แต่จีนเป็นต้นแบบการพัฒนารอบด้าน ที่ควรศึกษาเป็นแบบอย่าง
.
ต่อมาคุณปรกฤษฎิ์ สายหัสดี รองประธานคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้สรุปภาพรวมการดูงานด้านการค้าในจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าจีนได้พลิกโฉมประเทศตัวเแง จากรากฐานทางวัฒนธรรมสู่มหาอำนาจโลก ครองสัดส่วน GDP กว่า 26% ของโลก ในระยะเวลาไม่ถึง 30 ปี ด้วยความพร้อมทางเทคโนโลยี เปลี่ยนจากโรงงานรับจ้างการผลิตของโลก กลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคธุรกิจเชียงใหม่ ในการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างไทย – จีน





ร่วมแสดงความคิดเห็น