ป้องกันเด็กจากสิ่งเสพติด โรงเรียนต้องปลอดบุหรี่

เด็กๆใช้เวลา 1 ใน 3 ของแต่ละวันอยู่ในโรงเรียน ส่วนใหญ่จนถึงอายุ 17-18 ปี
ซึ่งเป็นวัยที่เด็กๆซึมซับ/เกิดพฤติกรรมทั้งที่ดีและไม่ดี ติดตัวไปจนเป็นผู้ใหญ่
การสูบบุหรี่ เป็นพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพสำคัญที่เกิดขึ้นในเด็กนักเรียน นอกเหนือจากพฤติกรรมการกินอาหาร การออกกำลังกาย
เพราะสารเสพติด“นิโคติน” ในบุหรี่ทุกชนิด เมื่อเสพติดแล้ว ยากที่จะเลิกสูบได้ตลอดชีวิต และครึ่งหนึ่งของคนที่เลิกไม่ได้ จะป่วยด้วยโรคร้ายแรงจนเสียชีวิตก่อนเวลา
และที่สำคัญ นิโคตินทำให้สมองของเด็กที่กำลังเติบโต/พัฒนา เกิดความพร้อมที่จะรับสารเสพติดชนิดอื่นๆ ทั้งที่ถูกกฏหมายเช่นแอลกอฮอล์ และยาเสพติดที่ผิดกฏหมาย เช่นเฮโรอิน โคเคน ยาบ้าฯลฯ
พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆที่เกิดในเด็กที่สูบบุหรี่ มากกว่าเด็กที่ไม่สูบบุหรี่ ตั้งแต่การดื่มสุรา การเที่ยวกลางคืน การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย การพนัน การทะเลาะวิวาท-บูลลี่
การสูบบุหรี่ในเด็กนักเรียน จึงเป็น Marker หรือสัญญาณที่ชี้ว่า เด็กอาจจะมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ
บุหรี่ไฟฟ้าจึงมีอันตราย โดยเฉพาะต่อเด็ก มากกว่าบุหรี่มวน เพราะผลกระทบต่อสมองและอวัยวะอื่นของร่างกาย เกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า และได้รับนิโคตินมากกว่า เด็กที่สูบบุหรี่มวน
จากการที่บุหรี่ไฟฟ้ามีกลิ่นหอม ระคายเคืองน้อยกว่า สูบต่อเนื่อง-แอบสูบได้ง่ายกว่า

  มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่จัดสัมนา“ ครูคือผู้สร้างสรรค์โรงเรียนปลอดบุหรี่” พร้อมผลิตสื่อสนับสนุนเมื่อเดือนสิงหาคม  พ.ศ.2533 และกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในโรงเรียนปี 2535 
  ภายใต้การสนับสนุนของสสส.มูลนิธิฯจึงริเริ่มโครงการ“เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่“ปี 2548 เริ่มผลักดัน 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่(อินโฟประกอบบทความนี้) ค่อยๆขยายผลจนมี จุดจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่อยู่สิบกว่าจังหวัด ที่ทำหน้าที่เชิญชวน/สนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ จนปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 โรงเรียน
   การติดตามประเมินผลโดยรศ.จักรพันธุ์ เพชรภูมิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.นเรศวร พบว่าโรงเรียนที่ดำเนินการตาม 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กนักเรียน น้อยกว่าโรงเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการถึง 45%
  ดร.นิยม ไผ่โสภา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในเวทีเชิดชูเกียรติผู้บริหารและครูที่ทำ 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ได้ดีเยี่ยมว่า กระทรวงศึกษามุ่งยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันภัยในสถานศึกษา การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาวะและการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งการป้องกันเด็กนักเรียนจากการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ต้องอยู่ในงานประจำของคุณครูอยู่แล้ว
    จึงอยู่ที่ผู้บริหารและครูของโรงเรียนทั่วประเทศ ที่จะพิจารณานำ 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ ไปดำเนินการในโรงเรียนของตัวเอง

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 2 กรกฎาคม 2569
อ้างอิง
https://brickinfotv.com/news/314823

ร่วมแสดงความคิดเห็น