ในระยะหลังๆนี้ ประเด็นวันไม่สูบบุหรี่โลก จะเกี่ยวกับการเปิดโปงกลยุทธ์เล่เหลี่ยมต่างๆ ของบริษัทบุหรี่ ในการล่าลูกค้าเด็ก/วัยรุ่น รวมถึงการขัดขวาง แทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบด้วยวิธีการต่างๆ(อินโฟ)

ความสำคัญของการรู้เท่าทันเล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ ได้รับการกำหนดไว้ในอนุสัญญาควบคุมยาสูบฯ มาตรา 5.3 ว่าด้วยการป้องกันการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบโดยบริษัทบุหรี่
นพ หทัย ชิตานนท์อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ก็ให้ความสำคัญกับการเปิดโปงพฤติกรรม/เล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่มาตั้งแต่ที่เริ่มต้นทำงานเมื่อ 40 ปีก่อน
ในแคนาดา ได้นิยามคำศัพท์ขึ้นใหม่ว่า Tobacco industry denormalization หรือ TID ด้วยการ ทำให้สังคมรับรู้เล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ เพื่อให้สังคมไม่ยอมรับว่าบริษัทบุหรี่เป็นองค์กรธุรกิจปกติ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของงานควบคุมยาสูบ ร่วมกับมาตรการควบคุมอื่นๆ
มีรายงานวิเคราะห์งานวิจัย 60 ชิ้นที่ศึกษาผลกระทบของการเปิดโปงเล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ เผยแพร่ผ่าน Tobacco control วารสารควบคุมยาสูบที่น่าถือระดับโลก สรุปว่า
การเปิดโปงเล่เหลี่ยม/กลยุทธ์ในการทำการตลาดที่ล่าเด็กและวัยรุ่น การหลอกลวง/ให้ข้อมูลเท็จแก่สังคม การขัดขวาง/แทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบ ผ่านสื่อ สปอตรณรงค์ ฯลฯ
มีผลทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลง วัยรุ่นที่เป็นนักสูบหน้าใหม่ลดลง คนที่สูบบุหรี่มีความตั้งใจที่จะเลิกมากขึ้น และลดทอนอิทธิพลของบริษัทบุหรี่ในการแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบ
วัยรุ่นที่รับรู้เล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ เมื่อรู้ว่า พวกเขาตกเป็นเป้าหมายการตลาดของบริษัทบุหรี่ จะโกรธ เลิกสูบ/ไม่สูบบุหรี่ และจะออกมาร่วมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ต่อต้านบริษัทบุหรี่
เราจึงต้องช่วยกันเปิดโปงเล่เหลี่ยม การตลาดในการล่านักสูบหน้าใหม่/วัยรุ่นหญิง การฝ่าฝืนกฏหมาย การแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบ การหลบเลี่ยงภาษี การล็อบบี้นักการเมืองทั้งลับและเปิดเผย การแอบสนับสนุนนักวิชาการทำวิจัย การแอบจ้างสื่อเขียนบทความบิดเบือนอันตรายของบุหรี่ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการควบคุมยาสูบในภาพรวม
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 7 กรกฎาคม 2569
อ้างอิง
https://tobaccocontrol.bmj.com/content/21/2/162
https://genzstrong.com/uplevel/76
ร่วมแสดงความคิดเห็น