ควบคุมยาเสพติด กับ ควบคุมยาสูบ รัฐไทยต้องเปลี่ยนจาก “ไฟไหม้ฟาง” เป็น “ไฟสุมขอน”

ควบคุมยาเสพติด กับ ควบคุมยาสูบ รัฐไทยต้องเปลี่ยนจาก“ไฟไหม้ฟาง”เป็น“ไฟสุมขอน” และทำอย่างจริงจัง
อ่านบทบรรณธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 “พิฆาตยาเสพติดอย่าไฟไหม้ฟาง” หลังจากที่นายกอนุทิน สั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ “90 วันพิฆาตยาเสพติด”
ทำให้คิดถึงเมื่อปี 2566 รัฐบาลนายกเศรษฐา ทวีสิน นโยบายหลักข้อหนึ่ง คือ จะปราบปรามยาเสพติดจริงจัง/กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้หมดภายในหนึ่งปี
เกือบ 3 ปีผ่านไปยาเสพติดดูเหมือนยิ่งแพร่ะบาดมากกว่าเดิม
เข้าใจได้ว่า ปัญหายาเสพติดใหญ่มาก ไม่ใช่จะแก้กันได้ง่ายๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านๆมา เข้าทำนองไฟไหม้ฟาง ตามแบบวิธีการแก้ปัญหาที่หยั่งรากฝักลึกในระบบราชการไทย

หันกลับมาดูเรื่องควบคุมยาสูบที่ผ่านมา แม้ลักษณะจะเข้าข่าย การทำงานแบบ“ไฟสุมขอน” มากกว่า คือ การทำงานแบบไม่ยอมจบ โดยเฉพาะภาคประชาสังคม
ย้อนไปดูบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 22 ตุลาคม 2530 ก็เตือนถึงการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ของประเทศไทย ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2529 ว่า “อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง” ที่เตือนใจการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด
จริงที่การทำงานควบคุมยาสูบของประเทศไทย จะมีความต่อเนื่อง แบบไฟสุมขอน มีความคืบหน้าพอสมควรตลอด 40 ปีที่ผ่านมา
แต่ผลลัพธ์ในการลดคนสูบบุหรี่ควรจะดีกว่านี้ หากรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพในการยึดหลักการ “สุขภาพสำคัญกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ“ในการกำหนด/สนับสนุนนโยบายควบคุมยาสูบ
เรามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษีบุหรี่มวน ยาเส้นที่แตกต่างกัน 5-6 เท่า การไม่ห้ามส่วนประกอบเมนทอลในบุหรี่ซิกาแรท การไม่ขึ้นค่าใบอนุญาตร้านขายปลีก เพื่อลดจำนวนร้านค้าที่เรามี(480,000ร้าน) มากกว่าที่สหรัฐอเมริกามี(380,000ร้าน) รวมทั้งการควบคุมบุหรี่หนีภาษี
ที่กระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการคลัง ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากการขาดเอกภาพด้านนโยบายควบคุมยาสูบแล้ว เรายังมีปัญหาการบังคับใช้กฏหมายในทุกด้าน ตั้งแต่เรื่องห้ามขายแก่เด็ก ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ห้ามโฆษณาส่งเสริมการขายในสือ่ต่างๆ การแทรกแซงนโยบายโดยธุรกิจบุหรี่ และการแพร่ระบาดรุนแรงของบุหรี่หนีภาษี
ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้สภาพขาดเอกภาพด้านนโยบาย ขาดความจริงจังในการควบคุมยาสูบอย่างที่เป็นอยู่ ก็เตรียมรับภาระงบประมาณสปสช และปัญหายาเสพติดที่จะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นต่อไปได้เลย
เพราะนิโคตินในบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสารตั้งต้นที่ทำให้เยาวชนพัฒนาไปติดยาเสพติด

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 8 กรกฎาคม 2569
อ้างอิง
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 7 กรกฎาคม 2569
https://www.bangkokbiznews.com/politics/1105583

ร่วมแสดงความคิดเห็น