นายแพทย์ไพศาล กอบเกื้อชัยพงษ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ศิษย์เก่าคณะแพทย์รามาธิบดี ติดต่อมาเพื่อจะเข้าร่วมงานรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ อยากรู้ว่า เครือข่ายที่ทำงานรณรงค์/ควบคุมยาสูบมีใครบ้างและใครทำอะไร
เมื่อผมเขียนส่งให้ท่านแล้ว ท่านทำเป็นอินโฟให้เข้าใจง่าย จึงขอขอบคุณท่าน ที่ทำให้เกิดผังนี้ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่
ต้องบอกว่า ที่ปรากฏนี้ เป็นเครือข่ายหลักๆ ยังมีภาคีเครือข่ายย่อยอีกมาก ทั้งในส่วนกลางและจังหวัดต่างๆ
หากศึกษาประวัติศาสตร์จะพบว่า ภาคประชาสังคม ที่ประกอบด้วยนักวิชาการ สถาบันวิชาการและองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร(เอ็นจีโอ) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระแสรณรงค์ควบคุมยาสูบ ของประเทศต่างๆทั่วโลก
ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ได้รับการบัญญัติอยู่ในบทนำของอนุสัญญาควบคุมยาสูบ และปรากฏยำ้ในหลายมาตราของอนุสัญญา
การสำรวจความเห็นจากประเทศต่างๆ ถึงอุปสรรคในการควบคุมยาสูบตามที่อนุสัญญาฯกำหนด หลักๆคือ 1 การแทรกแซงนโยบายของอุสาหกรรมยาสูบ 2 การขาดความมุ่งมั่นทางการเมือง 3 การขาดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม (ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน)
เครือข่ายภาคประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในการ เปิดโปงเล่เหลี่ยมของบริษัทบุหรี่ และกระตุ้นกระตุกภาคการเมืองรัฐบาลให้เลิกเฉื่อชาในการดำเนินนโยบายควบคุมยาสูบ ตามที่กำหนดอยู่ในอนุสัญญาควบคุมยาสูบฯ ซึ่งทุกๆมาตรา บัญญัติภายใต้หลักฐานประจักษ์( Evedence based treaty )
อุตสาหะกรรมยาสูบมีกำไรมหาศาล ส่งอิทธิพลผ่านนักการเมือง/ภาคนโยบาย ซำ้ยังมีสารนิโคติน ที่มีฤทธิ์เสพติดสุดรุนแรงอยู่ในสินค้าที่ขาย ความพยายามที่จะลดจำนวนคนสูบบุหรี่จึงเป็นงานที่ยากลำบากมาก
ท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ผู้ริเริ่มโครงการ/มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สรุปบทเรียนในการแก้ปัญหายากๆของสังคมว่า ต้องเริ่มด้วยพลังความรู้ที่แท้จริง การกระจายความรู้ให้แก่ภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆให้มากที่สุด เพื่อที่จะโน้มน้าวให้ภาคการเมืองกำหนดนโยบายในการแก้ปัญหา
การควบคุมยาสูบเป็นหนึ่งในเรื่องยากๆนั้น
ขอบคุณคุณหมอไพศาล และเรารอรับภาคีใหม่ที่จะเข้ามาร่วมกันสร้างสังคมไทยปลอดบุหรี่ครับ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 10 กรกฎาคม 2569


ร่วมแสดงความคิดเห็น