ท็อป 5 อันดับคนไทยป่วยและตายก่อนเวลา

#อ้วน #ความดันสูง #กินมากกินน้อยเกินไป #ยาสูบ #เบาหวาน ท็อป 5 อันดับคนไทยป่วยและตายก่อนเวลา

  วันก่อนได้ไปร่วมเวที เปิดผลสำรวจภาระโรคล่าสุดของคนไทยปีพ.ศ.2565 ที่จัดโดย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP )ร่วมกับ สสส
ภาระโรค คือความสูญเสียจากการเจ็บป่วย พิการและเสียชีวิตก่อนเวลา จากโรคที่เกิดจากพฤติกรรม/ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินอาหารไม่เหมาะสม และเนือยนิ่ง/ขาดกิจกรรมทางกาย ฯลฯ
ที่น่าสนใจคือ มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม/ปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ในอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดภาระโรค
โดยยาสูบที่เคยอยู่อันดับที่ 1,2 ในการวิเคราะห์ครั้งก่อนๆ แต่คราวนี้ตกมาอยู่ที่อันดับที่ 4

ที่อยู่อันดับต้นอื่นๆ คือ 1 นำ้หนักเกินและอ้วน 2 ความดันโลหิตสูง และ 3 กินอาหารมาก/น้อยเกินไป ส่วนอันดับที่ 5 คือเบาหวาน
นักวิชาการด้านที่เกี่ยวข้อง นำเสนอมาตรการต่างๆในการแก้ปัญหาแต่ละปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านนโยบาย ภาษี การควบคุมผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กฏหมายที่ควรจะมี การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การมีส่วนร่วมของชุมชนและการรณรงค์ให้ความรู้
ที่ชัดเจนคือ การเน้นว่า การรณรงค์ให้ความรู้เป็นเพียงมาตรการหนึ่ง ที่จะต้องทำพร้อมๆกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ผ่านการออกนโยบาย/กฏหมายที่ดี 2 การจัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี 3 การเพิ่มความเข้มแข็งและมีส่วนร่วมของชุมชน และ 5 การปรับเปลี่ยนระบบบริการให้เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ
ซึ่งก็คือ 5 กลยุทธ์ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ของออตตาวาชาร์เตอร์(ค.ศ.1986) ที่เน้นให้ภาคส่วนต่างๆในสังคม ทั้งรัฐและเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพ/ป้องกันโรค

สังคมจึงต้องไม่เข้าใจผิดว่า การสร้างเสริมสุขภาพผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพ จะสำเร็จได้ด้วยการรณรงค์ หรือเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายที่ หรือองค์กรที่รณรงค์ให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเท่านั้น
เพราะหากมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเช่นที่กล่าวแล้ว จะทำให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่เห็นความสำคัญของการกำหนดนโยบายสาธารณะ ที่ต้องมี การสร้างสิ่งแวดที่เอื้อต่อสุขภาพ (เพื่อสนับสนุนประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามที่ฝ่ายต่างๆรณรงค์ให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง)
จะส่งผลให้การสาธารณสุขของประเทศ ไม่สามารถแบกรับจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) ทั้งระบบบริการและงบประมาณที่จะต้องใช้อย่างแน่นอน
และจะเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติข้อ 3 ที่ว่าด้วยสุขภาพและสุขภาวะ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 16 กรกฎาคม 2569
อ้างอิง
https://www.thecoverage.info/news/content/11757

ร่วมแสดงความคิดเห็น