เชียงใหม่เร่งสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ ใช้ข้อมูลและ AI วางระบบธุรกิจให้พร้อมแข่งขัน

เชียงใหม่ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางศิริรัตน์ ตัณฑ์ศิริ สถิติจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้แทนวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าวความคืบหน้าโครงการ ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการ “ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยว การบริการ และการผลิต จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยการประยุกต์ใช้ AI” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการในช่วงกิจกรรมบ่มเพาะเชิงลึก Bootcamp ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมุ่งให้ผู้ประกอบการเชียงใหม่สามารถใช้ข้อมูลและ AI วางระบบธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

โครงการนี้มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ การท่องเที่ยว การบริการ การผลิต อาหาร สุขภาพ ค้าปลีก และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจจริง ทั้งด้านการลดภาระงานซ้ำซ้อน การจัดการข้อมูล การทำการตลาด การพัฒนางานบริการ และการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ที่ผ่านมา โครงการได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพื้นฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 220 สถานประกอบการ จากนั้นเปิดรับสมัครเข้าร่วม Bootcamp โดยมีผู้สมัครกว่า 44 สถานประกอบการ หลังตรวจสอบรายชื่อซ้ำซ้อนและพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น พบว่าผ่านคุณสมบัติ 38 ราย และผ่านการพิจารณาข้อเสนอการประยุกต์ใช้ AI 25 ราย ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นชอบให้สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์และมีความพร้อมเข้าร่วม Bootcamp ทั้งหมด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะเชิงลึกอย่างทั่วถึง

นางศิริรัตน์ ตัณฑ์ศิริ สถิติจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า Bootcamp เป็นช่วงสำคัญของโครงการ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากการเรียนรู้พื้นฐานไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ผู้ประกอบการจะได้วิเคราะห์ปัญหาธุรกิจ ออกแบบแนวทางใช้ AI จัดทำ Blueprint และทดลองสร้าง AI Agent หรือเครื่องมือช่วยงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสถานประกอบการ
“สิ่งที่โครงการต้องการเห็น คือผู้ประกอบการเชียงใหม่สามารถใช้ข้อมูลและ AI เพื่อช่วยวางระบบการทำงานของธุรกิจได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพบริการ จัดการข้อมูลให้เป็นระบบ หรือใช้ข้อมูลในการตัดสินใจได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นพร้อมแข่งขันมากขึ้น” สถิติจังหวัดเชียงใหม่กล่าว

ภายในงาน ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนบน ร่วมให้ข้อมูลการสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านโครงการ OTOD AI Transformation โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่ d-Voucher ทุนสนับสนุนสูงสุด 10,000 บาท สำหรับทดลองใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการดิจิทัล และ d-Transform เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้กับธุรกิจจริงได้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง

ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้แทนวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการ Bootcamp ซึ่งออกแบบให้ผู้ประกอบการเริ่มจากโจทย์จริงของธุรกิจ ผ่านการจัดทำ Blueprint เพื่อกำหนดว่า AI จะช่วยในกระบวนการทำงานส่วนใด ใครเกี่ยวข้อง ใช้ข้อมูลใด และ AI Agent แต่ละตัวควรมีบทบาทหรือขอบเขตอย่างไร เพื่อให้การนำ AI ไปใช้มีทิศทางและต่อยอดได้จริง

สำนักงานสถิติจังหวัดเชียงใหม่คาดหวังว่า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม Bootcamp จะเป็นต้นแบบของการใช้ข้อมูลและ AI ในธุรกิจท้องถิ่น ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนางานบริการ และสร้างระบบธุรกิจที่พร้อมแข่งขันในยุคดิจิทัล อันจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายผลสู่ผู้ประกอบการรายอื่น และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น