ผู้ประกอบการลำไยสีทองเดือดร้อนหนักทุนจีน ทุนจีนผุดตั้งโรงงานอบลำไยสีทอง ส่งผลให้แรงงานขาดแคลน ดกรงจะกระทบการส่งออก ขณะที่เทศบาลมะเขือแจ้ รุดตรวจโรงงานพบขออนุญาตถูกต้อง เตรียมประสานตัวแทนโรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ
ตัวแทนผู้ประกอบการผู้ผลิตลำไยสีทอง ยื่นหนังสือกับนายธนารักษ์ วงค์ษา นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ กรณีที่มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาโรงงานผลิตลำไยสีทอง ในพื้นตำบลมะเขือแจ้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้ยังเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับการส่งออกลำไยสีทองเนื่องจากอาจะทำให้ยอดขายลดลง ขณะเดียวกันตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการฯระบุว่าการก่อตั้งโรงงานถูกต้องหรือไม่เนื่องจากไม่ได้มีการประชาคมชาวบ้านในพื้นที่
ด้าน นายธนารักษ์ วงค์ษา นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทินิติกรเทศบาล ผู้อำนวยการกองช่างฯ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ และฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ มีรับฟังข้อเรียร้องของกลุ่มผู้ประกอบการหลังจากนั้นจึงมีการประชุมหารือกับผู้ประกอบการเพื่อหาทางออกและให้ความช่วยเหลือ ในที่ประชุมตัวแทนชาวบ้านระบุว่าหลังจากโรงงานดังกล่าวที่ตั้งขึ้นส่งผลให้แรงงานที่ทำลำไยสีทองขาดแคลนอาจจะส่งผลกระทบการกลุ่มผู้ผลิตลำไยสีทองเนื่องจากทางโรงงานได้จ้างแรงงานในราคาที่สูงกว่า นอกจากนี้นายทุนจีนที่เคยรับซื้อลำไยอบแห้งจากกลุ่มผู้ผลิตลำไยสีทองแต่ตอนนี้กลับมีการผลิตลำไยสีทองเองอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของกลุ่มผู้ผลิตลำไยสีทอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่การตั้งโรงงานถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการประชาคมชาวบ้านในพื้นที่และมีการขยายโรงงานว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านไม่เข้าใจว่าการตั้งโรงงานดังกล่าวได้รับอนุญาตจากภาครัฐได้อย่างไร
ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลได้ชี้แจงกรณีการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูน และหน่วยงานอื่นเทศบาลอนุญาตและตรวจสอบโครงการของตัวอาคารเท่านั้น ส่วนเครื่องจักกลที่ใช้ในโรงงานทั้งหมดก็ไม่เกิน 50 กิโลวัตต์ และมีคนงานไม่เกิน 50 คน ถ้าหากเกินจากนี้ต้องดำเนินการก่อสร้างโรงงานจากสำนักงานอุสาหกรรมจังหวัดลำพูน ส่วนกรณีที่ไม่มีการประชาคมเนื่องจากพื้นที่ตำบลมะเขือแจ้ ได้มีข้อกำหนดการตั้งโรงงาน 32 ชนิด แต่โรงงานทำลำไยอบแห้งไม่ได้อยู่ในข้อกหนดฯ เหมือนกับผู้ประกอบการลำไยอบแห้งรายอื่นๆ
ต่อมา นายธนารักษ์ วงค์ษา นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ พร้อมด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องและนางอำพรรณ ประโยง กำนันตำบลมะเขือแจ้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าว พพบว่ามีการขออนุญาตและการขยายโรงงานตามแบบที่ได้เคยยื่นขออนุญาตก่อนหน้านี้ นอกจากนี้พบว่ามีคนงานประมาณ 20 คนที่กำลังทำงานคัดแยกลำไยอบแห้ง และทำงานตามจุดต่างๆ
นายธนารักษ์ วงค์ษา นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านและผู้ประกอบการทำลำไยอบแห้งในพื้นที่ว่าการก่อตั้งโรงอบลำไย แห่งนี้ถูกต้องตามกฎหทายหรือไม่ วันนี้จึงได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น อาทินิติกรเทศบาล ผู้อำนวยการกองช่างฯ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข เข้าตรวจสอบพบว่าการขออนุญาตถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาต ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทำลำไยอบแห้งสีทองในพื้นที่จะได้มีการประสานจังหวัดลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นพานิชย์จังหวัดลำพูนเรื่องการส่งออกส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังจากนี้ทางเทศบาลจะได้จะได้ประสานตัวแทนโรงงานมาพูดคุยเอาทิการรับซื้อผลผลิตและเรื่องแรงงานที่ขาดแคลน เพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการลำไยอบแห้งและโรงงาน
ส่วน นางอำพรรณ ประโยง กำนันตำบลมะเขือแจ้ เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนของชาวบ้านและผู้ประกอบการทำลำไยอบแห้งสีทอง ในพื้นที่ตำบลมะเขือแจ้ หลังจากตนได้รับข้องร้องเรียนจากชาวบ้านจึงได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับชาวบ้าน ที่เทศบาลตำบลมะเขือแจ้ พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ ตรวจสอบโรงงานอบลำไยดังกล่าวเบื้องต้นพบว่าทางโรงงานได้ประกอบการตามใยอนุญาตที่ได้รับ เบื้องต้นควรจะมีการพูดคุยและหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและผู้ประกอบการเนื่องจากชาวบ้านได้ทำลไยอบแห้งสีทองมานานแล้วจนเป็นสัญลักษ์ของพื้นที่ตำบลมะเขือแจ้ ไปแล้ว
ขณะที่ นายหมิง ตัวแทนโรงงานลำไยอบแห้ง ยอมรับว่าทางโรงงานได้เพิ่มค่าแรงคนงานแกะลำไย เพิ่มขึ้นเป็น 7 บาทต่อกิโลกรัม ตามโรงงานอื่น เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีคนงานจะทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย ส่วนกรณีที่ปีนี้ยังไม่มีการรับซื้อผลผลิตจากกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ เนื่องจากปีนี้ราคาลำไยสดและลำไยแห้งราคาสูง ซึ่งขณะนี้ราคาลำไยอบแห้งแพงกว่าประเทศจีนเมือปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ โดยขณะนี้ราคาลำไยสดเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัม 17 – 20 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมาลำไยสดจะอยู่ที่กิโลกรัมล่ะ 7 บาท ส่วนราคาลำไยอบแห้งปีนี้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมล่ะ 250 บาท ส่วนปีที่ผ่านมาราคาอยู่ที่กิโลกรัมล่ะ 180 บาท ซึ่งปีที่ผ่านมาเราเป็นเจ้าแรกที่รับซื้อลำไยจากชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ใช่ว่าเราเป็นเจ้าเดียวที่ไม่รับซื้อลำไย พ่อค้าจากประเทศจีนก็ไม่รับซื้อเช่นกันเหตุผลเรื่องราคาลำไยปีนี้แพงกว่าปีที่ผ่านมามากเพราะว่าผลผลิตออกน้อย ทำให้ราคาลำไยร่วงเริ่มต้นอยู่ที่ 20-23 บาท ปีที่แล้วราคาลำไยเกรด A อยู่ที่ประมาณกิโลกรัม 7-10 บาท ราคาห่างกัน 2-3 เท่า ทำให้ต้นทุนการผลิตลำไยสีทองเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับปีที่ผ่านมาราคาลำไยถูกทำให้มีการผลิตลำไยอบแห้งสีทองมากขึ้นทำให้ลำไยอบแห้งสีทองมีปริมาณเยอะมากเหลือถึงปีนี้ ทำให้ราคาลำไยอบแห้งฤดูการนี้ราคาแพงกว่าประเทศจีนอีก ซึ่งราคาลำไยอบแห้งสีทออยู่ที่ กก.ล่ะ 160 – 180 โรงงานเรารับซื้อจากชาวบ้านเป็นโรงงานแรก ขณะที่ปีนี้ราคาอยู่ที่ กก.ล่ะ 260-270 บาทเมื่อถามลูกค้าที่จีนแล้วราคานี้ขอคิดก่อน ทำให้ปีนี้ยังไม่มีการซื้อลำไยอบแห้งสีทองจากชาวบ้าน




ร่วมแสดงความคิดเห็น