กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดตัวโครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ ปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มุ่งส่งเสริมกระบวนการผลิตกาแฟตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ไทยเป็นแหล่งปลกกาแฟที่สำคัญที่สดของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงและมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเดิบโดของกาแฟคุณภาพดี ปัจจุบันเชียงรายมี พื้นที่ปลูกกาแฟที่สร้างรายได้หลักให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูงในหลายชุมชน อาทิ คอยช้าง ดอยวาวี และ ดอยปางขอน ซึ่งสินค้ากาแฟจากแหล่งปลูกเหล่านี้ได้รับการยอมรับในเรื่องของอัตลักษณ์ทางรสชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนสิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ถือเป็นต้นทุนทาง
เศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด
แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่จังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้านตลอดห่วงโซ่อุปทาน เกษตรกรเริ่มได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงและเกิดโรคระบาดในฉันกาแฟง่ายขึ้น ขาด
การเข้าถึงเทคโนโลยีการทำเกษตรแม่นยำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
อีกทั้งกระบวนการแปรรูปสารกาแฟในระดับชุมชนยังขาดความสม่ำเสมอของมาตรฐาน ส่งผลให้คุณภาพของเมล็ดกาแฟดิบมีความผันผวน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งการเชื่อมโยงตลาดและการสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ยังจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม เกษตรกรรายย่อยและผู้ประกอบการท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านการตลาดดิจิทัล รวมถึงการนำเรื่องราว (Stontelling) ของกาแฟอัดลักษณ์เชียงรายไปเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จากสภาวการณ์ดังกล่าว ประกอบ
กับแนวโน้มพฤดิกรรมการบริโภคกาแฟในประเทศที่หันมาให้ความสำคัญกับกาแฟคุณภาพสูงที่มีความ
ยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการพัฒนาอดสาหกรรมกาแฟจึงจะอาศัยเพียงการเพิ่ม
ผลผลิตแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญของภาวการณ์ดังกล่าว จึงได้จัดทำ “โครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธ์กาแฟ” ขึ้น ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู ตำบลป้าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรใช้กาแฟพันธ์ดี มีความรู้ ทักษะ ในการผลิตกาแฟคุณภาพ และเพื่อเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร ในการใช้เทคโนโลยี นวัดกรรมที่เหมาะสม ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลอารักขา การเก็บเกี่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สามารถบริหารจัดการ ให้กาแฟเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสร้างรายได้ไห้กับ เกษตรกร และเกิดความยังยืนในการผลิตในอนาคต ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายผืนป่า และไม่เผาทุกกรณีในพื้นที่กาแฟ
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การส่งมอบกล้ากาแฟพันธ์ดี จำนวน 445,800 ต้น ไห้แก่สำนักงานเกษตรจังหวัด 7 จังหวัด ประกอบด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย เซียงไหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง และสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา กาแฟอะราบิกา จำนวน 385,800 ต้น สนับสนุนเกษตรกร ได้แก่ สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 65,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย จำนวน 112,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา จำนวน 22,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 186,800 ต้น
กล้ากาแฟโรบัสตา จำนวน 60,000 ดัน สนับสนุนเกษตรกร ได้แก่ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน จำนวน 16,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย
จำนวน 15,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา
จำนวน 9,000 ต้น สำนักงานเกษตร จังหวัดลำปาง
จำนวน 10,000 ต้น สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่
จำนวน 10,000 ต้น
และถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ด้าน การผลิตกาแฟคุณภาพ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อร่วมกันยกระดับการผลิตกาแฟไทยดลอดห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การเป็นสินค้าเกษตรมูลค่า สูง ร่วมกับการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนกาแฟไทยให้เดิบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
โดยการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากจังหวัดเชียงราย หน่วยงานในสังกัด กระทรางเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่าย เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ที่ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือ เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและพื้นที่สูง มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,000 เมตร เหมาะสมต่อ การปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง โดยมีพื้นที่ปลูกรวมทั้งสิ้น 55,415 ไร่ และเป็นพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 53,954 ไร่ ด้วยลักษณะภูมิประเทศเชิงเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 1,000 -1,600 เมตร ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อการเจริญเติบโตของกาแฟคุณภาพสูง สำหรับแหล่งผลิตที่ลิตที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้แก่ พื้นที่ดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย และพื้นพื้นที่ดอยตุง อำเภอแม่ ฟ้าหลวง ซึ่งได้รับการยอมรับ
ในด้านคุณภาพและเอกลักษณ์ของรสชาติ จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคง
แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอำเภอที่มีศักยภาพในการเพาะปลูกสูง ซึ่งกำลังได้รับการ
ส่งเสริมและต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนอุดสาหกรรมกาแฟในพื้นที่ให้เกิดความยังยืนทางเศรษฐกิจและ
สิ่งแวดล้อมต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น