รมช.เกษตรฯ หนุนเกษตรกรภาคเหนือใช้พันธุ์ดี ยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดโลก

วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรจาก 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าร่วม

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรในฐานะรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ โดยมุ่งยกระดับการผลิตจากการเน้นปริมาณสู่การผลิตที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และตอบสนองความต้องการของตลาด ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงด้านอาชีพให้แก่เกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายขับเคลื่อนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยส่งเสริมการใช้พันธุ์พืชคุณภาพ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการพัฒนามาตรฐานการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทย พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับ “กาแฟ” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถต่อยอดสู่การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) เพื่อเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างมีศักยภาพ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพ พร้อมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การส่งเสริมการผลิต การแปรรูป การยกระดับมาตรฐาน และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อผลักดัน “กาแฟไทย” ให้ก้าวสู่การเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศเหมาะสมต่อการปลูกกาแฟอาราบิกาคุณภาพสูง พื้นที่สำคัญอย่างดอยช้าง ดอยวาวี และดอยปางขอน ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และเป็นแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอุตสาหกรรมกาแฟไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ผลผลิตลดลงและเกิดโรคระบาดในแปลงปลูกมากขึ้น ขณะเดียวกันเกษตรกรยังขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปที่ได้มาตรฐาน รวมถึงทักษะด้านการตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee)

ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัด โครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู่ ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พันธุ์กาแฟคุณภาพดี ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิต การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป ตลอดจนสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่บุกรุกป่า และงดการเผาในพื้นที่เกษตร

ภายในงานมีการส่งมอบกล้ากาแฟพันธุ์ดีรวม 445,800 ต้น ให้สำนักงานเกษตรจังหวัด 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ลำปาง และแพร่ โดยแบ่งเป็น กาแฟอาราบิกา จำนวน 385,800 ต้น กาแฟโรบัสตา จำนวน 60,000 ต้น นอกจากนี้ ยังมีการอบรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิตกาแฟคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อยกระดับกาแฟไทยให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับจังหวัดเชียงราย ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกาแฟรวมกว่า 55,415 ไร่ และเป็นพื้นที่ให้ผลผลิตแล้วกว่า 53,954 ไร่ โดยพื้นที่ดอยช้าง ดอยวาวี และดอยตุง ถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพระดับสากลที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้แก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง อีกทั้งยังเป็นต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น