กิจการสนามแบดมินตัน ในโครงการ สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสันกำแพง ลงตรวจสอบพร้อมแนะ 3 แนวทางแก้ปัญหา ทต.สันกลาง ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกคำสั่งทางปกครอง ทั้งเรื่องเสียงดัง การไม่ขออนุญาตใช้อาดาร แนะผู้ได้รับผลกระทบใช้สิทธิเรียงร้องทางแพ่งกับผู้ประกอบการอีกทาง
วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสันกำแพง ร่วมกับ นายศุภโชค ร้องหาญแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันกลาง กำนันตำบลสันกลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลสันกลาง และคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสิรินโฮม 2 ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีราษฎรภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และบริเวณใกล้เคียง ร้องเรียนผู้ประกอบกิจการ ว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการเปิดให้บริการสนามแบดมินตัน โดยมีประเด็นปัญหา ประกอบด้วย การส่งเสียงดังรบกวนผู้พักอาศัย กลุ่มผู้ใช้บริการ เด็กและเยาวชน วิ่งเล่นบนทางเท้าของถนนส่วนบุคคล และการจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกภายในหมู่บ้าน
คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นที่ ๑ การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดย เทศบาลตำบลสันกลาง ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้อาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ออกคำสั่งทางปกครอง ให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ดังนี้
- อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกคำสั่งให้ระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ (จากกรณีการส่งเสียงดังรบกวน)
- อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกคำสั่งระงับการใช้อาคารผิดประเภท เนื่องจากเป็นการดัดแปลงหรือใช้อาคารเพื่อประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ประเด็นที่ 2 การบังคับใช้กฎระเบียบของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและการใช้สิทธิทางศาล คณะเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ดำเนินการบังคับใช้ระเบียบและข้อบังคับของนิติบุคคลฯ อย่างเคร่งครัด ตามอำนาจในพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 นอกจากนี้ ได้แนะนำให้ผู้ร้องและกลุ่มราษฎรผู้ได้รับผลกระทบ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องทางแพ่ง (การฟ้องร้องคดีละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ผ่านกระบวนการยุติธรรมทางศาลต่อไป
ประเด็นที่ 3 การบรรเทาผลกระทบในระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ในระหว่างที่คดีความหรือการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามขั้นตอนของเทศบาลและศาลยังไม่ถึงที่สิ้นสุด หากมีการประกอบกิจการและก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ คณะเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำแก่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ให้ดำเนินการแจ้งระงับเหตุหรือแจ้งความเดือดร้อนต่อผู้ถูกร้อง (ผู้ประกอบกิจการ) โดยตรงในทันที เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมายในลำดับต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น