ฝึกอาชีพ ผู้ต้องขังหญิง เรียนรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ AI

โลกในยุคปัจจุบัน แก่ผู้ต้องขังหญิงหลังพ้นโทษแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในชุมชนป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มเป็นชุดแรกจำนวน 5 คน จำคุกมากสุด 10 ปี จบปริญญาตรี 4 คน

วันนี้ผู้สื่อข่าวพาไป ที่ทำการกำนันตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ของดร.วัระชัย ไชยมงคล หรือกำนันโหน่ง คนดังของจังหวัดเชียงใหม่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นสถานที่ฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องหญิงหลังพ้น เป็นชุดแรกจำนวน 5 คน เข้าฝึกอาชีพเรียนโลกในยุคปัจจุบัน ภัยไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ จากโลกออนไลน์ และ AI นำมาปรับตัวให้กับโลกภายนอกหลังพ้นเรือนจำ เพราะมี 1 รายจำคุกถึง 10 ปี การเปลี่ยนของโลกจากอินเตอร์เน็ต หรือไซเบอร์ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ตกเป็นเยื่อซ้ำต้องเข้าสู่เรือนจำอีกครั้ง สามารถรู้เท่านั้นเล่ห์เหลี่ยมจากภัยต่างๆ

นายจรัญ สุวรรณรอด ผู้ดูแลบ้านกึ่งวิถี ก้าวใหม่ให้โอกาส ร่วมกับดร.วัระชัย ไชยมงคล หรือกำนันโหน่ง จะสอนด้านอาชีพ การใช้โลกออนไลน์ แล้วภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก บอกว่าน้องๆ ทั้งหมดยังไม่สามารถปรับตัวกับโลกภายนอกได้หลังพ้นโทษออกมา ความจำภาพจำที่อยู่ภายในที่รับคำสั่ง ปฎิบัติตามกฎระเบียบ และวินัยต่างๆ การปรับใช้เวลาการกินอยู่ นอนที่แตกต่างกัน ทุกคนยังอายไม่กล้าจะไปพบเจอผู้คน ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอยู่กับบ้าน เพราะหวั่งสังคมไม่ยอมรับ แม้กระทั่งไปสมัครงาน ซึ่งมีตัวอย่างเกิดขึ้นเพราะการปรับตัวไม่ทัน จึงเกิดผลกระทบตามมา ซึ่งน้องๆ ทั้ง 5 คนเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น กลับเข้าสู่สภาพปกติของโลกภายนอก ได้เพิ่มทักษะอาชีพการทำขนมไทยประยุกต์ ที่เริ่มหัดทำโดยใช้แบรด์ว่า for all food for friends

มีผลิตภัณฑ์เป็นขนมไทยฟิวชั่น มีเสื้อแบบพื้นเมืองแบบต่างๆ ที่เป็นฝีมือของผู้ต้องขังภายในเรือนจำหญิงผลิตมาจำหน่าย พร้อมนำรายได้ส่วนหนึ่งเป็นเงินเก็บหลังพ้นโทษ น้องเล่านี้จะเป็นรุ่นพี่หลงผิดค่อยกลับไปสอนน้องที่กำลังรอพ้นโทษได้เข้ามาเรียน จะทำให้เป็นรุ่นสู่รุ่นมีความยั่งยืนที่ออกมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะนอกจากอาชีพทำอาหารแล้ว ขายของออนไลน์แล้วยังมีโคกหนองนาโมเดล ให้ได้ฝึกเรียนรู้อีกด้วย มีห้องพักจำนวน 9 ห้อง ที่ปรับปรุงใหม่ให้พักฟรีพร้อมอาหาร 3 มื้อ

ด้าน 2 น้องผู้หลงผิดต่างกล่าวเหมือนกันว่าได้เรียนอาชีพภายในแล้ว แต่โลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องยอมรับตามไม่ทัน จนไม่กล้าออกไปไหน เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพราะยัไม่รู้ว่าสังคมจะยอมรับได้ไหมแม่กระทั้งจะไปสมัครงาน เพราะกลัวว่าจะถูกถามแล้วไม่ได้การยอมรับ จึงอยากหาอาชีพกิจการของตนเอง แต่ก็ติดปัญหาเงินทุน แต่มาตอนนี้จากที่นี่ทำให้ปรับตัวเรียนต่างๆได้ดีขึ้น กล้าพบเจอผู้คนได้เรียนรู้ในด้านต่างๆ ซึ่งตนเองก็จะไม่ขอกลับเข้าไปอีกจะศึกษาเรียนสร้างอาชีพจากที่นี้ และถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ให้กับน้องๆ ที่จะออกจากเรือนจำ ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามหวังให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรต่างๆ เข้ามาสนับสนุนเพราะที่นี่ถือเป็นต้นแบบแห่งแรก เพื่อให้สถานที่แบบนี้ได้ขยายออกไป เพราะบางคนที่อยู่ในเรือนจำหญิงก็จะมาจากต่างจังหวัด หากนำไปขยายผลต่อยอดออกไปจัดตั้งตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้หลงผิดไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีกครั้ง นี้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ได้มาอยู่แบบนี้เรียนแบบนี้ทำให้กลับสู่สังคมได้อย่างมีความสุข

ร่วมแสดงความคิดเห็น