นักวิชาการ มฟล. ลงพื้นที่แม่สาย ชี้ชาวบ้านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม-กังวลน้ำประปา

เชียงราย – นักวิชาการ มฟล. ลงพื้นที่แม่สาย ชี้ชาวบ้านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม-กังวลน้ำประปา จี้รัฐยกระดับปัญหาเหมืองแร่เป็นวาระแห่งชาติ

เวลา 13.30 น. ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์และนักวิชาการประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ชุมชนถ้ำผาจม สายลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ พร้อมรับฟังข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่

ดร.สืบสกุล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับชาวบ้าน พบข้อมูลสำคัญ 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือปัญหาน้ำท่วมที่เกิดบ่อยขึ้น ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา พื้นที่แม่สายประสบปัญหาน้ำท่วมแทบทุกปีหรือปีเว้นปี แตกต่างจากในอดีตที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ อีกทั้งน้ำท่วมยังมีความรุนแรงมากขึ้น และมีโคลนจำนวนมากไหลมากับกระแสน้ำ

ชาวบ้านเชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการทำเหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำสาย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่สายไม่ถึง 10 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและตะกอนโคลนไหลลงสู่พื้นที่ชุมชนมากขึ้น พร้อมระบุว่าหากต้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในอำเภอแม่สายอย่างยั่งยืน ก็จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการทำเหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ต้นน้ำ

ประเด็นที่สอง คือความกังวลเกี่ยวกับน้ำอุปโภคบริโภค แม้ว่าปัจจุบันประชาชนจะใช้น้ำประปาเป็นหลัก แต่ยังมีข้อสงสัยถึงความปลอดภัย ตราบใดที่แหล่งน้ำต้นทุนยังได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนจากกิจกรรมเหมืองแร่ ขณะที่การประปาพยายามปรับเปลี่ยนแหล่งน้ำดิบไปใช้น้ำจากแม่น้ำโขง แต่ผลการตรวจของกรมควบคุมมลพิษพบว่า แม่น้ำโขงยังมีสารหนู โลหะหนัก และตะกอนดินในระดับสูง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบ “หนีเสือปะจระเข้”

ดร.สืบสกุล กล่าวว่า แม้จะมีการประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์ทุกเดือน แต่การดำเนินงานยังอยู่ในระดับการตรวจสอบและเฝ้าระวัง ซึ่งยังไม่เพียงพอ จึงเห็นว่ารัฐบาลควรยกระดับปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ให้เป็นวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ เครือข่ายภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนปีที่ผ่านมา และได้ยื่นอีกครั้งในปีนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดเรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตนเอง เพราะการเห็นสภาพจริงและรับฟังเสียงของประชาชนจะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงมากกว่าการพิจารณาจากรายงานผลตรวจคุณภาพน้ำเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ในวันที่ 3 สิงหาคม เครือข่ายประชาชนเตรียมยื่นหนังสือถึงกงสุลเมียนมาประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อข้อกังวลไปยังผู้นำรัฐบาลเมียนมา ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม โดยต้องการให้รับทราบว่าปัญหามลพิษจากเหมืองแร่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ

ดร.สืบสกุล ย้ำว่า กรณีของแม่น้ำสายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า เมื่อเกิดน้ำท่วมและมีสารพิษปนเปื้อน ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะกับประชาชนอำเภอแม่สายของไทย แต่ยังส่งผลต่อประชาชนในเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เนื่องจากปัญหาจากเหมืองแร่ไม่สามารถแบ่งแยกตามแนวพรมแดนได้ จึงต้องการสื่อสารให้รัฐบาลเมียนมาเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนเมียนมาและประชาชนไทยร่วมกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น