วช. จับมือ จังหวัดเชียงราย – เครือข่ายวิจัย “รวมพล! นวัตกรรมรับมืออุทกภัย”

วช. จับมือ จังหวัดเชียงราย – เครือข่ายวิจัย “รวมพล! นวัตกรรมรับมืออุทกภัย” ผสานแผนเผชิญภัยระดับพื้นที่ ชู AI-โดรน-เตือนภัยชุมชน ป้องกันภัยน้ำท่วมซ้ำรอย

วันที่ 1 ส.ค. 69 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย (ปภ.จ.เชียงราย) จัดกิจกรรม “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” เพื่อบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมระดับอุดมศึกษา สู่การรับมืออุทกภัยในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และตรวจเยี่ยมพื้นที่ในการใช้นวัตกรรมในการเตรียมรับมือและเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานในจังหวัดเชียงราย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรรมเป็นจำนวนมาก

​ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช. และ กระทรวง อว. ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยจากหลากหลายสถาบัน ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเสริมกำลังในการเตรียมรับมือกับฤดูฝนและอุทกภัย โดยนำผลงานวิจัย ชุดข้อมูลความรู้ และนวัตกรรมที่ได้สั่งสม มาประยุกต์ใช้จริง ทั้งด้านการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัย และระบบช่วยตัดสินใจ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากจังหวัดเชียงราย และเครือข่ายสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ

​ทางด้าน นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากบทเรียนเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้นำข้อผิดพลาดและความเสียหายมาเป็นโจทย์วิจัย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก วช. และนักวิจัย ในการผลิตเครื่องมือและนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังเพื่อนำข้อมูลเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้บริหารจัดการและตัดสินใจในระดับพื้นที่ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

​ขณะที่ รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น น้ำมั่นคง ไม่ท่วมไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด วช. ระบุว่า ปีนี้เป็นการยกระดับงานวิจัยจากข้อมูลสถิติน้ำ นำไปบรรจุลงใน “แผนเผชิญภัย” ของจังหวัด อำเภอ และตำบลอย่างเป็นระบบ ทำให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูล ประเมินความเสี่ยง และช่วยเหลือตนเองได้ทันท่วงที ลดความสูญเสียและฟื้นฟูหลังเกิดภัยได้เร็วขึ้น

​นอกจากนี้ นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เน้นย้ำว่า การป้องกันภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องอาศัย “การเฝ้าระวังและการแจ้งเตือน” ที่รวดเร็ว โดย ปภ. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและแพลตฟอร์มนวัตกรรมจากนักวิจัย สู่หน่วยงานปฏิบัติการและระดับชุมชน เพื่อความถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัยของประชาชน

​สำหรับไฮไลต์ของงาน มีการจัดแสดงนวัตกรรมสำคัญ อาทิ ระบบเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมือง (มทร.ล้านนา), ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI “FloodBoy” (ม.เชียงใหม่), เครื่องเตือนภัยน้ำท่วม-น้ำแล้งระดับชุมชน (มรภ.เชียงราย), ระบบโดรนสำรวจภัยพิบัติ และระบบเฝ้าระวังดินถล่ม (ม.เกษตรศาสตร์) พร้อมทั้งมีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้งานจริงในพื้นที่จุดเสี่ยง ได้แก่ โคโครงการชลประทานจังหวัดเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย เพื่อดูระบบเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย, จากนั้นคณะเดินทางไปที่ฝายหนองป่ายาง บ้านนางแลใน ม.7 ต.นางแล อ.เมืองเขียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่การใช้นวัตกรรมเครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้งติดตั้งภายในชุมชน และมอบเครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้ง (Hydro Vision Plus-CRRU) และตรวจเยี่ยมพื้นที่ใช้นวัตกรรม “Flood Boy” ณ สะพานบ้านฝั่งหมิ่น ลำน้ำแม่คำ ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายตลอดฤดูฝนนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น