ชาวบ้านสะเนียนวอนรัฐสร้างสะพานข้ามห้วยสมุน แบกผลผลิตลอยน้ำกว่า 50 ปี

ชาวบ้านสะเนียนวอนรัฐสร้างสะพานข้ามห้วยสมุน แบกผลผลิตลอยน้ำกว่า 50 ปี เงาะ–ทุเรียนเสี่ยงเสียหาย กระทบเกษตรกรกว่า 200 ครัวเรือน

น่าน – ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน เรียกร้องหน่วยงานภาครัฐเร่งก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำห้วยสมุน หลังต้องเผชิญปัญหาการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรด้วยการลากกระสอบลอยน้ำมานานกว่า 50 ปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่น้ำป่าไหลหลาก ทำให้ผลผลิตเงาะ ทุเรียน ข้าวโพด และยางพารา เสี่ยงได้รับความเสียหาย กระทบต่อรายได้ของเกษตรกรกว่า 200 ครัวเรือน

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับชาวบ้านบ้านละเบ้ายา หมู่ 10 บ้านห้วยเฮือ หมู่ 11 และบ้านห้วยปุก หมู่ 9 ตำบลสะเนียน ซึ่งต้องใช้เส้นทางข้ามลำน้ำห้วยสมุนเป็นทางหลักในการขนส่งผลผลิตออกสู่ตลาด แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ระดับน้ำจะเพิ่มสูงและไหลเชี่ยวจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะ ซึ่งกำลังออกสู่ตลาด เกษตรกรจำเป็นต้องบรรจุผลผลิตใส่กระสอบ มัดเชือก แล้วใช้แรงงานคนดึงลากกระสอบลอยข้ามลำน้ำไปยังอีกฝั่ง ก่อนนำขึ้นรถเพื่อขนส่งไปจำหน่าย วิธีดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มต้นทุนและใช้แรงงานจำนวนมาก แต่ยังทำให้ผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหายจากการเปียกน้ำและการกระแทก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของครัวเรือน

นายมนต์ชัย ลีไพรัช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านละเบ้ายา กล่าวว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก น้ำในห้วยสมุนจะท่วมสูงจนไม่สามารถข้ามไปมาได้ ชาวบ้านต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการลากผลผลิตลอยน้ำข้ามฝั่ง แม้ปัจจุบันพื้นที่จะได้รับการส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด แต่กลับยังไม่มีสะพานถาวรสำหรับรองรับการขนส่งผลผลิต จึงอยากให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างสะพาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงด้านอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่

ด้านนายชานเส็ง แช่ผ่าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน เปิดเผยว่า ความต้องการก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำห้วยสมุนเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนมาอย่างยาวนาน แต่โครงการใช้งบประมาณประมาณ 1–2 ล้านบาท ซึ่งเกินศักยภาพด้านงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อก่อสร้างสะพานถาวรสำหรับการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น