ศูนย์เสมารักษ์ ศธจ.ลำพูน ผนึกภาคีเครือข่ายจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ชูแนวทาง “ป้องกัน-คุ้มครอง-สร้างพฤติกรรมเชิงบวก” ยกระดับพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน
วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ในระดับพื้นที่จังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายสุทิน จันทรวรเชตต์ ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมจามจุรี 4 โรงแรมเดอะแกรนด์จามจุรีรีสอร์ท อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อยกระดับทักษะการปฏิบัติงานและสร้างเครือข่ายบูรณาการการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของศูนย์เสมารักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาทักษะและความเข้าใจด้านกฎหมายแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ สร้างนวัตกรรมและแนวทางการเฝ้าระวังพฤติกรรมเชิงบวกในระดับพื้นที่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคม ที่ส่งผลให้รูปแบบความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
สำหรับการประชุมดังกล่าว กำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 1 วัน โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ผู้แทนสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายในจังหวัดลำพูน รวมทั้งสิ้น 70 คน ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์คณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน และ ศูนย์เสมารักษ์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำพูน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการทำงาน
ด้าน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก ได้กล่าวให้โอวาทและเน้นย้ำถึงความสำคัญของพนักงานเจ้าหน้าที่ พสน. ซึ่งเปรียบเสมือน “รั้วชุมชน” ที่ทำงานเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยระบุว่า การดูแลและส่งเสริมความประพฤติผู้เรียนในยุคปัจจุบันต้องก้าวข้ามการรอรับมือปัญหา สู่การเน้น “การป้องกัน การคุ้มครองสิทธิ และการสร้างเสริมพฤติกรรมเชิงบวก” ซึ่งสอดรับโดยตรงกับนโยบาย “พื้นที่ปลอดภัย” ของกระทรวงศึกษาธิการ การบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นระบบในวันนี้ จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันให้ลูกหลานและเยาวชนชาวลำพูนเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีภูมิคุ้มกัน และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น