โอกาสทองผู้ประกอบการเชียงใหม่ กับ FTA อาเซียน-แคนาดา

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมแคนทารี่ ฮิลล์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานสัมมนา “โอกาสตลาดอเมริกาเหนือ ผ่าน FTA อาเซียน-แคนาดา” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-แคนาดา พร้อมอัปเดตโอกาสทางการค้าและการลงทุนในตลาดแคนาดา เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอเมริกาเหนือ

.

โดยงานสัมมนาครั้งนี้เริ่มด้วยการกล่าวเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ กล่าวเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ จากนั้นเป็นการเสวนา เรื่อง “มุมมองด้านโอกาสของ ACAFTA โดยมี นางสาวไวนิกา อานามนารถ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , นายอภิราม จันทรเสน นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , นายฐิติ กมลพัฒน์ VP Business Development บริษัท Riceland International Limited และ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมการเสวนา

.

สำหรับประเทศแคนาดา ซึ่งมีประชากรกว่า 41 ล้านคน ขนาด GDP อยู่ที่ประมาณ 2.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 1.7 ล้านบาทต่อปี สูงติด 10 อันดับแรกของโลก มีประชากรที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้อพยพชาวเอเชีย เปิดรับสินค้านำเข้ากว่า 80% มีระบบการค้าที่โปร่งใส และธุรกิจมีเสรีภาพสูง ซึ่งผู้บริโภคในแคนาดา ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน อ่อนไหวต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม เปิดรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และแบรนด์ที่มีความโปร่งใสและมีมาตรฐาน

.

โดยประเทศไทยติดอันดับ 4 ประเทศที่มีมูลค่าการค้ากับแคนาดามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อยู่ที่ 3,915.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีสินค้าส่งออกจากไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ , เหล็ก , อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป , ข้าว และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่สินค้านำเข้าจากแคนาดา 5 อันดับแรก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า , อัญมณี , ปุ๋ย , ผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกล 

.

ซึ่งโอกาสเติบโตของสินค้าไทยในตลาดแคนาดา ได้แก่ สินค้า Ethnic Food , ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม , สินค้าออแกร์นิก , ของตกแต่งบ้านจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล รวมทั้งอาหารทะเลแปรรูปคุณภาพสูง , ข้าว , ผลิตภัณฑ์ Wellness , ชิ้นส่วนยานยนต์ และสายไฟ – เคเบิลคุณภาพสูง 

.

สำหรับผู้ประกอบการเชียงใหม่และภาคเหนือ มีข้อได้เปรียบสำหรับตลาดแคนาดา เนื่องจาก ภาคเหนือประกอบไปด้วยเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป งานหัตถกรรมและสิ่งทอ รวมทั้งผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากสมุนไพร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวแคนาดาที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเพื่อความยั่งยืน

.

ในด้านมูลค่าการลงทุน แคนาดาได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอยู่ที่ 643 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีบริษัทเอกชนชั้นนำที่เข้ามาลงทุน อาทิ BPMBARDIER , CELESTICA , CanadianSolar , Premier Tech , Scotiabank , Manulife และ MAGNA ขณะที่การลงทุนจากไทยในแคนาดา อยู่ที่ 448 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีบริษัทเอกชนชั้นนำของไทยที่เข้าไปลงทุน อาทิ PTTEP , Thai Union และ C.P. Group เป็นต้น

.

เพื่อทลายข้อจำกัดการค้าการลงทุนของทั้งสองประเทศ จึงนำไปสู่ความพยายามในการผลักดัน ความตกลงการค้าเสรี ACAFTA (ASEAN-Canada FTA) และความตกลงการค้าเสรี ไทย-แคนาดา (Thailand-Canada FTA) ซึ่งจะช่วยลดภาษีนำเข้า อำนวยความสะดวกทางการค้า และเติมเต็มช่องว่างในตลาดอเมริกาเหนือ เนื่องจากไทยยังไม่มี FTA โดยตรงกับประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ การส่งออกสินค้าผ่านแคนาดาจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ในการกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือทั้งสหรัฐฯและเม็กซิโก

.

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-แคนาดา (ASEAN-Canada Free Trade Agreement: ACAFTA) มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 80 โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-แคนาดา (ACAFTA TNC) ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ซึ่งจะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้สามารถสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้ ตามที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาเซียน-แคนาดา ตั้งเป้าหมายไว้

.

ขณะที่ความตกลงการค้าเสรี ไทย-แคนาดา (Thailand-Canada FTA) ไทั้งสองประเทศมีแผนที่จะเปิดการเจรจา FTA ทวิภาคีระหว่างกัน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดการเจรจาได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อหารือกรอบการเจรจา ซึ่งสาเหตุที่ไทยต้องขับเคลื่อนความตกลงการค้าเสรีทั้งคู่ เพื่อเน้นการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ไปพร้อมกับการเจาะลึกรายสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์โดยตรง ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ในไทย

.

เมื่อความตกลงการค้าเสรีกับแคนาดาเริ่มขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการไทย ควรติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อม ศึกษากฎระเบียบ และมองหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อที่จะสามารถนำธุรกิจ สินค้า และบริการเข้าสู่แคนาดา ซึ่งเป็นตลาดเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้สำเร็จ

ร่วมแสดงความคิดเห็น