สิทธิ์ที่จะสูบบุหรี่ ไม่ใช่สิทธิ์ “เด็ดขาด”

มีนักข่าวถามความเห็นเรื่องสิทธิที่คุณฉลอง เรี่ยวแรง สูบบุหรี่บนโรงพักตำรวจ
ขอตอบในฐานะหมอที่ทำงานควบคุมยาสูบ ไม่ใช่นักกฏหมายนะครับ
สิทธิที่จะสูบบุหรี่เป็นสิทธิส่วนบุคคลก็จริง แต่ไม่ใช่สิทธิที่จะแตะต้องไม่ได้ หมายความว่ากฏหมายสามารถจำกัดสิทธินี้ได้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เช่นการห้ามสูบในที่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงโรงพักตำรวจ ที่เป็นสถานที่ราชการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ จากอันตรายของควันบุหรี่มือสอง
สิทธิที่จะสูบบุหรี่ จึงไม่ใช่สิทธิมนุษยชน ที่ไม่สามารถจะละเมิดได้
มีเพื่อนที่เป็นนักกฏหมายพูดแล้วผมจำมาพูดต่อ “การสูบบุหรี่เป็นการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกาย เป็นการทำร้ายตัวเอง กฏหมายจึงไม่คุ้มครองพฤติกรรมนี้ เหมือนสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ที่การคุ้มครองสิทธิ์นั้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับการคุ้มครอง
คนสูบบุหรี่เลือกที่จะสูบทั้งๆที่รู้ว่าเป็นการทำร้ายตัวเอง เป็นความสมัครใจส่วนบุคคล กฏหมายก็ไปห้ามไม่ได้ เว้นแต่ในเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เช่นพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ห้ามเด็กอายุไม่ถึง 18 ปีสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
ที่อังกฤษผ่านกฏหมาย ห้ามผู้ที่มีอายุตามปีเกิดที่กำหนด ที่แม้จะมีอายุเป็นผู้ใหญ่แล้ว ห้ามซื้อห้ามสูบบุหรี่ มีฝ่ายที่อ้างว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ฝ่ายที่ออกกฏหมายนี้โต้ว่า การเสพติด(นิโคติน) ไม่ใช่สิทธิ์ที่กฏหมายจะต้องคุ้มครอง Addiction is not a right
สมัยก่อน บริษัทบุหรี่สนับสนุนให้มีกลุ่ม”สิทธิของผู้สูบบุหรี่“ ”Smoker’s right group” ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกฏหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ คัดค้านการขึ้นภาษี ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ฯลฯ
สมัยนี้บ้านเรามีกลุ่ม “มนุษย์ควัน” ที่เรียกร้องสิทธิที่จะสูบบุหรี่ไฟฟ้า เคลื่อนไหวขอให้ยกเลิกการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า
ล่าสุดคุณฉลอง เรี่ยวแรงก็ยอมถูกปรับที่สูบบุหรี่บนโรงพักตำรวจ และตำรวจก็ถูกปรับด้วย ที่ปล่อยให้คุณฉลอง สูบบนโรงพัก
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 11 สิงหาคม 2569
อ้างอิง https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5842523

ร่วมแสดงความคิดเห็น