เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โรงเรียนพานพิทยาคม อ.พาน จ.เชียงราย ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรพาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ “ความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา” เพื่อเตรียมความพร้อมครู บุคลากร และนักเรียน ให้สามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยคุกคามภายในโรงเรียนได้อย่างมีสติและเป็นระบบ
การซักซ้อมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตัวด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเหตุไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ และสถานศึกษาจำเป็นต้องเตรียมทั้งบุคลากร ระบบแจ้งเหตุ และแผนปฏิบัติการให้พร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที
สำหรับการฝึกของโรงเรียนพานพิทยาคม ได้นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” (Run, Hide, Fight) มาใช้เป็นแนวทางในการฝึก โดยมุ่งให้ครูและนักเรียนเรียนรู้การประเมินสถานการณ์และเลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมฝึกการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ภายในกิจกรรมมีการจำลองสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยหลายรูปแบบ ทั้งเหตุบุคคลก่อความรุนแรง เหตุทะเลาะวิวาท และเหตุบุคคลมีพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายตนเอง เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้การปฏิบัติตัวในสถานการณ์กดดัน โดยเน้นการลดความเสี่ยงและการนำทุกคนออกจากพื้นที่อันตรายอย่างเป็นระบบ
หลัก “หนี ซ่อน สู้” เน้นว่า หากสามารถออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัย ให้รีบออกจากพื้นที่ หากไม่สามารถหลบหนีได้ ให้หาสถานที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตำแหน่ง พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ส่วนการป้องกันตัวเป็นแนวทางสุดท้ายเมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้
นอกจากการฝึกภาคปฏิบัติแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เมื่อเกิดเหตุสามารถแจ้งข้อมูลสำคัญและขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ลดความสับสนและป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะเหตุที่มีเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ไม่เพียงการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสังเกตพฤติกรรมเสี่ยง การดูแลด้านจิตใจ การสร้างช่องทางให้เด็กสามารถขอความช่วยเหลือ และการทำงานร่วมกันระหว่างครอบครัว โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โรงเรียนพานพิทยาคมระบุว่า การซักซ้อมแผนไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับนักเรียน แต่เป็นการสร้าง “ทักษะและความพร้อม” เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด และสามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและชุมชนในพื้นที่




ร่วมแสดงความคิดเห็น