ชาวบ้านแจ้งเหตุคนร้ายลักสายไฟป่าสุสานบ้านนาท่อ ตำรวจชุดสืบสวนเมืองน่านเร่งติดตาม ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงรวบ 2 ผู้ต้องหาหนุ่มชาวร้อยเอ็ด พร้อมยาบ้า 2 เม็ด สายไฟทองแดงหนัก 13 กิโลกรัม และอุปกรณ์ก่อเหตุ ก่อนนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูและไม่พอใจจนเจ้าหน้าที่ต้องกันตัวออกจากพื้นที่
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. ร.ต.อ.ไตรรัตน์ เต็งไตรรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเป็นชายอายุ 24 ปี ชาว ต.เมืองบัว อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด มาทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ บริเวณป่าสุสานบ้านนาท่อ ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากหน่วยบริการประชาชนไชยสถานได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านว่า มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปลักทรัพย์ โดยเฉพาะสายไฟ บริเวณป่าสุสานบ้านนาท่อ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ แต่ไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ พบเพียงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตัดสายไฟ ยาบ้า 2 เม็ด และร่องรอยการก่อเหตุ
จากการตรวจสอบและติดตามเบาะแส เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ที่ผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี ก่อนเร่งติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นนำตัวกลับมายังจุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ
ของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีส้ม จำนวน 2 เม็ด สายไฟไส้ในทองแดงใช้แล้ว ตัดเป็นม้วนคละสี น้ำหนักรวมประมาณ 13 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในถังพลาสติกสีเขียวขนาดใหญ่ คิดเป็นมูลค่าสายไฟประมาณ 2,600 บาท รวมทั้งอุปกรณ์สำหรับตัดสายไฟอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพบตกอยู่บริเวณถนนหน้าป่าสุสานและข้างศาลาป่าสุสาน
ระหว่างเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมามุงดูเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนเกิดความไม่พอใจและพยายามเข้าทำร้ายผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเข้าควบคุมสถานการณ์และกันตัวผู้ต้องหาออกจากกลุ่มชาวบ้าน ก่อนนำตัวออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันเหตุบานปลาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่าเป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และตระเวนก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว โดยคืนก่อนเกิดเหตุได้ไปพักอยู่บริเวณป่าสุสานบ้านนาขาม ก่อนเดินทางมาก่อเหตุที่บ้านนาท่อในช่วงเช้า พร้อมยอมรับว่ายาบ้า 2 เม็ดที่ตรวจพบเป็นของพวกตน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน เพื่อดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน ซึ่งสามารถติดตามและจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในเวลาเพียงประมาณ 4 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้งเหตุ พร้อมนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น