ในวันที่เจ้าพ่อยาเสพติดอย่าง “เล่าต๋า แสนลี่” ได้รับการปล่อยตัว เราคิดถึงคำพูดของมือปราบขุนดง พลตำรวจโท เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตนเอง คือ หนึ่งในผู้เข้าจับกุมเล่าต๋
“เล่าต๋าเขาเป็นสหายสงครามกับขุนส่า ขุนส่าเป็นราชายาเสพติดโลก เขาร่วมรบกันมานะครับ เพื่อจะกู้ชาติ เล่าต๋าเนี่ยเหมือนเป็นมือขวาของขุนส่าเลยนะครับ”
นั่นคือปูมหลังของเล่าต๋าจากปากมือปราบ เจ้าพ่อระดับนี้เข้าถึวตัวยาก และมีหูตารายล้อมเต็มพื้นที่
“คุณรู้ไหมว่าทําไมเขาต้องค้ายา ทําไมครับ เขาต้องสู้กับพม่าไง ชนกลุ่มน้อยฝั่งโน้นน่ะ เอาเงินมาซื้อเสบียง ซื้อ เอาเงินมาซื้ออาวุธ ซื้อเสบียง เขาไม่มีเงินเลี้ยงทหาร เบี้ยเลี้ยงซื้อกะปิน้ําปลาเขาอะ เขาอะจําเป็นต้องค้ายา ทางเดียว”
พิธีกร : แล้วโอเค พออาไปสืบทราบแล้ว ว่าพื้นที่เป็นยังไง ความเป็นอยู่เป็นยังไง แล้วยังไงต่ออา?
“เราตีข้างบนไม่ได้แน่ ตีข้างบนไม่มีทางเลย เพราะเขาข้ามเขาไปก็ฝั่งพม่าแหละ เราทําอะไรไม่ได้แล้วแต่ว่าจุดอ่อนเขาเนี่ย เขาปลูกกาแฟขาย แล้วเขามาตั้งปั๊ม ตั้งปั๊มแล้วมีร้านกาแฟ ก็ไปปรึกษาผู้การพรชัย
(พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ อดีตรองผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด) การที่จะเข้าถึงตัวเล่าต๋าได้มันต้องหาสาย เล่าต๋านี่ยังแข็งแรง อายุ 70 กว่า แล้วสายตาเขาเนี่ยยังเจ้าชู้อยู่ ดูรู้ครับ
“เราเลยไปหาสายที่มันเข้าสเปคหน่อย (พิธีกร : เขาชอบยังไง?) ชอบผู้หญิงขาวๆ แล้วอกใหญ่ๆ เราก็เลยเรียกสายมาคอมเมนต์ว่า “หนู ผมให้ค่าจ้างคุณ 500,000 นะ แค่ไปกินกาแฟ แล้วขอจะเป็นแฟรนไชส์อะนะ” จะซื้อแฟรนไชส์กาแฟ
“หนูห้ามใส่เสื้อในนะ เปิดกระดุมเม็ดบนนะ เขาจะได้เห็นนมมึงไง เอานมไปล่อ ตายเพราะนม เด็กก็เข้าไป ได้เงินไปก็ให้เป็นเงินสดเลยนะ ปรากฏมันชอบสายก็นัดไปเจอ ได้สายไปที หรือสองที เราก็ไม่รู้นะ เล่าต๋าก็อยากปั้นเด็กคนนี้ให้มีรายได้ก็เลยให้ไอซ์มากิโลนึง
“พอได้ไอซ์มากิโลนึงปุ๊บเนี่ย เราก็ออกหมายจับเล้าต๋าได้แล้ว ลูกน้องผู้การพรชัยเนี่ย เขาก็บอกว่าให้จับเล่าต๋าเลยไหม บอก “แหม มันกระจอกเหลือเกินเลย จับระดับเจ้าพ่อ เจ้าพ่อยาเสพติดของประเทศไทย” ไอซ์กิโลนึง มึงว่ากระจอกไหม
“มันก็บอก “เดี๋ยวนายจะเกษียณแล้ว มันเดือนกันยาแล้ว” ผมบอกไม่เป็นไรฮะ ใครจะจับก็ได้ แต่ว่าภารกิจเราต้องจบ ที่ผมได้รับคําสั่งมาเนี่ยนะ ให้มันจบ ผมก็เลยบอกว่าให้ซื้ออีก 10 กิโลก็ได้
“เราไปโกหกว่าเราส่งยาไปที่มาเลกับสิงคโปร์แล้ว ได้ทุนแล้ว ก็จะสั่งอีก 10 กิโล แต่เล่าต๋าเขาบอกว่า ไอ้เรวัชเนี่ย ไว้ใจไม่ได้ รอให้มันเกษียณก่อน แล้วค่อยมาซื้อกัน ใช่ เพราะเราไปนั่งคุยกันไง นักเลงมันมองตากันรู้ ลูกน้องก็บอก “นาย เดี๋ยวนายเกษียณ มันเสียผลงาน” บอก “เฮ้ย ผมไม่ห่วงเรื่องผลงาน ใครจะจับอะไรต่ออะไรนี่ไม่เป็นไรนะ” ก็ปล่อยก่อน
“พอผมเกษียณไปได้สัก 10 วันได้มั้ง เล่าต๋าก็นัดส่งของ 10 กิโล ท่านสมหมาย (พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข อดีตผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด) มาเป็นผู้บัญชาการต่อจากผมแล้วนะ ก็กําหนดแผนไปจับกัน ผมก็เป็นห่วงว่าเดี๋ยวมันจะยิงสู้กัน เพราะว่าเรารู้ว่าเขามีอาวุธ ผมก็ไปกับ ผอ.โหน่ง สิทธิศักดิ์เนี่ย
“เลยบ้านเล่าต๋ามามันจะมีเมรุเผาศพกลางหมู่บ้านอยู่ ก็ไปเลาะไอ้ตะแกรงเหล็กมุดไปใต้เมรุ แล้วมีวิทยุสั่งการ ไอ้ชุดสยบไพลีก็ไป บอก “เฮ้ย มันต้องชาร์จด้วยรถตู้ 2 คันนะ เอารถตู้เข้าไปเลย มันต้องบล็อกให้อยู่นะ ถ้าไม่อยู่ยิงกันเละแน่เลย” แต่ว่าเราไปวางสไนเปอร์บนเนินเขาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว
“มันก็มีกํานันวิจารณ์เนี่ย มันก็มา ลูกชายมา มาดูก่อนที่มันจะส่งยา ลูกน้องมันก็มา นั่งเต็มเลย คือสไนเปอร์เราไปวางเนี่ย แค่ 5 คนน่ะ มันจะยิงได้ 5 เป้าหมาย แต่ว่าเราได้รับคําสั่งว่าให้จับตามกฎหมายนะ ไม่ได้ว่าให้จับตายครับ
“มันก็มีชาวบ้านมาเห็น ลูกน้องบอกทําไง ชาวบ้านเห็น บอกจับมัดไว้ก่อน ให้จับชาวบ้านมัดไว้ก่อน ชาวบ้านที่ไปเห็นน่ะ (พิธีกร : เดี๋ยวชาวบ้านปากโป้งไปบอกเล่าต๋า?) ใช่ครับ เขาเป็นผู้นําจิตวิญญาณ เราก็มัดชาวบ้าน 3 คนติดกับต้นไม้ไว้ ไอ้แผ่นกาวเนี่ยปิดปาก ไม่ให้มันร้อง มัดจนกว่าจะจบภารกิจ พอถึงเวลาก็บอก “ชาร์จ” ชาร์จก็บุกเข้าไป
“เวลาชาร์จเนี่ย รถตู้ 2 คัน ทําเป็นไปจอดปั๊มเนี่ย เปิดประตูผางเข้ามาก็ปืน M16 ใส่หมวกไอ้โม่งเข้าไป เขามีแค่ลูกซองกับปืนสั้นน่ะ กํานันวิจารณ์ก็มีปืน 11 นะ ลูกชายก็ปืน 11 นะ แม็กหลายตัว ไม่ทัน แต่ตัวเล่าต๋าเนี่ยใช้กล๊อก 19 ตัวลูกน้องเขาก็ไม่สู้ ไม่มีใครสู้เลย ก็ควบคุมสถานการณ์ได้ จับได้
“จับได้ทั้งเล่าต๋า เมียเล่าต๋า กํานันวิจารณ์ และลูกชายอีกคนหนึ่ง ผมก็เข้าไปเคลียร์เรียบร้อย เอาเล่าต๋าเข้ามานั่งที่รถตู้กับเมีย “เจ็กจําผมได้ไหม ผมบอกเจ็กแล้วไงว่าให้เลิก ผมไม่ได้โกรธอะไรกับเจ็กนะ แต่ผมต้องทําภารกิจผมให้จบ” ผมก็ตอนนั้นก็ชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ผมเป็นที่ปรึกษา ผบตร. ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติด้านยาเสพติด เป็นที่ปรึกษา ปปส. ด้านยาเสพติด ครับ ผมก็ถอน ท่านสมหมายก็รับช่วงต่อไป
พิธีกร : ปิดคดีเล่าต๋าเลยไหมครับ?
“ปิดคดีเล่าต๋า ตอนนี้เล่าต๋าอยู่ใน อยู่ในเรือนจําฮะ เล่าต๋า กํานันวิจารณ์ และลูกชาย แล้วก็เมียอยู่ในเรือนจํา”
พิธีกร : ใช้คํานี้ ผู้หญิงเป็นเหตุ?
“ใช่ คือนักรบเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อย กะเหรั่ยง มอญเนี่ย เด็กผู้หญิงอายุ 13 มีสามีแล้วนะ เพื่อที่เขามีคนผู้หญิง 100 คนเนี่ย เขาจะได้ผลิตลูก เพื่อมาเป็นกําลังรบให้เขาไง ผลิตลูก และผู้นําระดับเล่าต๋าเนี่ย มีเมียเท่าไหร่ก็ได้ มีลูกเท่าไหร่ก็ได้ คนที่จะซื่อสัตย์กับเขาเนี่ยคือลูกกับเมีย เพราะฉะนั้น เขาไม่ได้ว่าเจ้าชู้หรอกแนวคิดเขาจะเป็นอย่างนี้ครับ”
ขอบคุณ ที่มา รายการ คุยกับตำนาน


ร่วมแสดงความคิดเห็น