ขอเขียนต่อ เพื่อขยายความที่คุณหมอสุภกร บัวสายเขียนถึง“ต้นทาง”ในการลดปัญหางบประมาณสปสช.ที่เพิ่มขึ้นจนกระทบการทำงานของโรงพยาบาลทั่วประเทศ
นำ้หนักเกินและภาวะอ้วน เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลา (การสูญเสียปีสุขภาวะ) อันดับ 1 ของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป คิดเป็น 12.2 % หรือ 1 ใน 8 ของคนไทยที่สูญเสียปีสุขภาวะในปี พ.ศ.2565
และ4 ใน 6 อันดับแรกของการสูญเสียปีสุขภาวะ เป็นผลมาจากการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
โดยอันดับ 2 ความดันสูง 10.8% ( กินเค็มมากเกินไป) อันดับ 3 กินไม่เพียงพอหรือกินมากเกินไป 9.0% อันดับที่ 5 นำ้ตาลในเลือดสูง(กินหวานมากเกินไป) 8.1%
รวมกันแล้ว การกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง/ไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปถึง 40.1%
หรือทุก 4 ใน 10 ของคนไทย ไม่ต้องบอกว่า ปัญหาใหญ่ขนาดไหน
ส่วนอันดับ 3 ยาสูบ 8.9% และอันดับ 6 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 4.9%
ขณะที่การสำรวจปี 2568 คนไทยอายุ 10 ขวบขึ้นไปที่อ้วนมี 27 ล้านคน ความดันสูง 17 ล้านคน คอเลสเตอร์รอลสูง 11 ล้านคน เบาหวาน 6.1 ล้านคน สาเหตุสำคัญก็มาจากการกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง/มากเกินไป
ผมนำผังที่แสดงถึงความพยายามของกรมอนามัยและฝ่ายต่างๆ ในการผลักดันร่างพ.ร.บ.ควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ที่เริ่มมาตั้งแต่พ.ศ.2551 นับถึงปีนี้ก็ 17-18 ปีแล้ว
กฏหมายนี้มีความสำคัญมากๆ ในการลดปัญหาเด็กอ้วน กินหวาน มัน เค็ม ที่จะต่อไปเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน ความดันสูง เบาหวาน เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นภาระต่อตัวเอง ครอบครัว ระบบบริการ และงบประมาณของทั้ง 3 กองทุนรักษาสุขภาพ สปสช สวัสดิการข้าราชการและประกันสังคม
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล ทุกฝ่ายในสังคม เข้ามาร่วมกันสนับสนุนให้ร่างกฏหมายฉบับนี้ ผ่านออกมาบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อสุขภาพของเด็กไทย
ขอยำ้ที่คุณหมอสุภกรเตือนว่า เรากำลังวุ่นวายอยู่กับการแก้ปัญหาปลายทาง จนมองข้ามด้านต้นทางอันเป็นสาเหตุของงบประมาณไม่เพียงพอ
ต้นทางสำคัญในที่นี้คือ การควบคุมการตลาดของอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 16 สิงหาคม 2569
https://www.instagram.com/p/DZpTeI3gS1Y/
https://www.facebook.com/superbth34


ร่วมแสดงความคิดเห็น