‘ครูทัน ธิจิตตัง’ ปราชญ์เชียงราย ผู้ฟื้นคืนชีวิต “เครื่องเคลือบเวียงกาหลง”

‘ครูทัน ธิจิตตัง’ ปราชญ์เชียงราย ผู้ฟื้นคืนชีวิต “เครื่องเคลือบเวียงกาหลง” ศิลปะดินเผาโบราณ สู่มรดกโลกแห่งภูมิปัญญา

วันที่ 17 ส.ค. 69 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย พากลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจชากาแฟในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม ”FAM Trip เส้นทางท่องเที่ยวชากาแฟเชิงสร้างสรรค์ ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2“ เส้นทางเชียงราย-พะเยา ไปเยี่ยมชมแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำหรับใช้ดื่มชากาแฟ ที่ชุมชนเวียงกาหลง ม.15 ต.เวียงกาหลง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งถูกฟื้นฟูกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังร่องรอยอารยธรรมเครื่องเคลือบดินเผาโบราณอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ที่เคยสาบสูญไปพร้อมกับการล่มสลายของเมืองในอดีต ได้ถูกรื้อฟื้นและชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของ นายทัน ธิจิตตัง หรือ “ครูทัน” ศิลปินปราชญ์ชาวบ้านและครูช่างศิลปหัตถกรรมแห่งเวียงกาหลง

ย้อนกลับไปในอดีต เมืองเวียงกาหลงนับเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องเคลือบดินเผาที่รุ่งเรืองและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทว่าเมื่อเมืองล่มสลาย ภูมิปัญญาอันแยบยลในการสร้างสรรค์เครื่องเคลือบดินเผาเนื้อบางแกร่ง ลายเขียนสีดำเขียนลายกาหลงและลวดลายธรรมชาติอันอ่อนช้อยก็ได้สูญหายไปนานนับร้อยปี เหลือไว้เพียงเศษซากเตาเผาและชิ้นส่วนแตกหักใต้ผืนดิน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2526 เมื่อ ครูทัน ธิจิตตัง ได้เห็นการลักลอบขุดซากเตาโบราณเพื่อนำวัตถุโบราณไปขาย ด้วยความเสียดายและตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่กำลังจะสูญหาย ครูทันและกลุ่มชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันก่อตั้ง “กลุ่มเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง” ขึ้น เพื่อเริ่มศึกษาวิจัย ค้นคว้าประวัติศาสตร์ และทดลองฟื้นฟูขั้นตอนการผลิตอย่างจริงจัง

ครูทัน ธิจิตตัง ได้เปิดเผยถึงกระบวนการคืนชีพเครื่องเคลือบเวียงกาหลงว่า เครื่องเคลือบเวียงกาหลงไม่ใช่แค่เครื่องปั้นดินเผา แต่คือจิตวิญญาณและความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติของชาวล้านนา เอกลักษณ์ของที่นี่คือเนื้อดินมีความบางเบาแต่ทนทานความร้อนสูง การวาดลวดลายด้วยแปรงอันอ่อนช้อย และที่สำคัญคือ ‘น้ำเคลือบ’ ที่ทำจากขี้เถ้าไม้ยืนต้นธรรมชาติในท้องถิ่นนำมาผสมกับดินหน้านา

ครูทันกล่าวต่อถึงกรรมวิธีการผลิตตามแบบฉบับโบราณว่า ต้องเริ่มจากการนำดินในพื้นที่มากรองให้ได้เนื้อเนียนละเอียด นำไปขึ้นรูปด้วยมือ จากนั้นวาดลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ และนำไปผ่านการเผาดิบ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญคือการเคลือบด้วยน้ำเคลือบเถ้าไม้ธรรมชาติ แล้วนำเข้าเตาเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,200 – 1,250 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10–12 ชั่วโมง จนได้ชิ้นงานเคลือบที่เรียบใส แข็งแกร่ง และมีสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จากความพยายามยาวนานหลายทศวรรษของครูทัน ไม่เพียงแต่ทำให้ภูมิปัญญาที่เคยตายไปแล้วกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง แต่ยังสร้างชื่อเสียงให้เครื่องเคลือบเวียงกาหลงได้รับการคัดสรรเป็นสินค้า OTOP ระดับ 4 ดาว ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และล่าสุดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดเชียงราย

ปัจจุบัน สำนักงานส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ได้ยกย่องให้ครูทัน ธิจิตตัง เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม ผู้ทรงคุณค่า โดยครูทันยังคงเปิดบ้านและโรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้แก่เยาวชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจ เพื่อให้มรดกหัตถศิลป์ล้านนาชิ้นนี้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยและก้าวไกลสู่ระดับสากลสืบไป

ซึ่งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ทางคณะได้ร่วมทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ กิจกรรม “From Bean to Cup, From Clay to Craft” จากเมล็ดกาแฟ…สู่แก้วเซรามิกแห่งเวียงกาหลง Workshop ปั้นแก้วกาแฟเซรามิก ให้ผู้เข้าร่วมทำแก้วของตนเอง
เพ้นท์ลายเวียงกาหลง ลงบนแก้วกาแฟหรือถ้วยชา กิจกรรม Coffee & Ceramic Pairing ดื่มกาแฟหรือชาจากภาชนะเวียงกาหลง พร้อม
เรียนรู้ว่ารูปทรงและวัสดุมีผลต่อประสบการณ์การดื่มอย่างไร เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณเวียงกาหลง เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และชมโบราณวัตถุ และเลือกซื้อของที่ระลึก เช่น แก้วกาแฟ ถ้วยชา กาชงชา จานรอง และของตกแต่งที่ผลิตโดยช่างฝีมือในชุมชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น