มท.3 ‘เจเศรษฐ์’ ประชุมด่วนรับมืออุทกภัยเหนือ-อีสาน สั่ง ปภ. ระดมเจ็ตสกี – ฮ. KA-32 พร้อมประสานกำลังคน รถผลิตน้ำดื่ม รถโรงครัว และเร่งกระจายถุงยังชีพช่วยประชาชนทันที
วันนี้ (19 ส.ค. 69) เวลา 09.30 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยได้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง รวม 8 ตำบล 17 หมู่บ้าน จึงได้จัดประชุม กอปภ.ก. เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พื้นที่ชุมชน และเขตเศรษฐกิจ รวมถึงแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast พร้อมจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ และเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ให้พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ปภ. ได้จัดส่งทรัพยากรจาก ศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท เขต 10 ลำปาง และเขต 15 เชียงราย สนับสนุนรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และเจ็ตสกี รวม 10 คัน รวมถึงถุงยังชีพ จำนวน 3,000 ถุง เข้าให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ประสานกำลังคน จัดเตรียมรถผลิตน้ำดื่ม และรถประกอบอาหารให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย สำหรับระยะต่อไปให้เร่งอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมสำรวจบัญชีความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและรวดเร็ว
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทางจังหวัดพะเยา ได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปง ทั้งนี้ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนผ่าน Cell Broadcast และประสาน ศูนย์ ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ให้จัดเตรียมรถขนย้ายผู้ประสบภัยและเรือพร้อมสแตนด์บายเข้าสนับสนุนในพื้นที่แล้ว ขณะที่จังหวัดแพร่ได้เตรียมพร้อมอพยพกลุ่มเปราะบางและเตรียมเรือเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอวังชิ้นและอำเภอลอง ส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสิริกิติ์ซึ่งยังรองรับปริมาณน้ำได้อีกมาก ทางด้านจังหวัดสุโขทัย ได้ร้องขอเครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลไปติดตั้งที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี เพื่อป้องกันเขตเศรษฐกิจ และจังหวัดลำปาง ได้เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราว 59 แห่ง เครื่องจักรกลสาธารณภัย และทีมเผชิญเหตุ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด อำเภอ และ อปท. ในพื้นที่ หากพบแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นในจุดใด ต้องรีบแจ้งเตือนและอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือนให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งการให้ดูแลอำนวยความสะดวกในศูนย์อพยพอย่างใกล้ชิด
สำหรับ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะภาคเหนือที่เป็นเส้นทางร่องมรสุมพาดผ่าน เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง หากมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องจักรกล หรือกำลังคนเพิ่มเติม สามารถร้องขอมายัง ปภ. ส่วนกลางได้ทันที




ร่วมแสดงความคิดเห็น