เหนื่อยง่าย ใจสั่น แน่นหน้าอก…
แพทย์ มช. เตือน! อย่าคิดว่าแค่พักน้อย เช็ก 5 สัญญาณ “หัวใจเริ่มมีปัญหา”
โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต หลายคนอาจมีความผิดปกติของหัวใจโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการในระยะแรกอาจค่อย ๆ เกิดขึ้น และถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการทำงาน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ที่มีความผิดปกติเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
⚠️5 สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม
- แน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก
อาการอาจเป็นลักษณะรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือค่อนไปทางซ้าย บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปยังกราม คอ หลัง ไหล่ หรือแขน โดยมักเกิดขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และอาการอาจทุเลาลงเมื่อหยุดพัก
อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น มีความถี่มากขึ้น หรือมีความรุนแรงกว่าเดิม
- เหนื่อยง่ายหรือหายใจลำบากผิดปกติ
หากพบว่าตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ทั้งที่ทำกิจกรรมในระดับเดิม เช่น เดินขึ้นบันไดหรือเดินเป็นระยะทางสั้น ๆ แล้วเหนื่อยมากผิดปกติ ควรสังเกตอาการและพิจารณาเข้ารับการตรวจ
นอกจากนี้ หากมีอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกอึดอัดและหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม
- ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
บางคนอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นช้าผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน
หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือเกิดร่วมกับอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ
- วูบ เวียนศีรษะ หรือหน้ามืดบ่อย
อาการวูบหรือเป็นลมอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการร่วมกับใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์
- เท้า ข้อเท้า หรือขาบวม
หากพบว่าข้อเท้า เท้า หรือขาทั้งสองข้างบวม โดยเฉพาะลักษณะบวมที่กดแล้วบุ๋ม อาจเกี่ยวข้องกับการคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม อาการบวมสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัด
❓ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดควรใส่ใจสุขภาพและตรวจประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่อายุน้อย มีภาวะน้ำหนักเกิน ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม
เจ็บหน้าอกแบบไหน ต้องรีบไปโรงพยาบาล?
หากมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับ เหงื่อออกมาก ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยหอบ หน้ามืด หรือปวดร้าวไปยังแขน คอ กราม หรือหลัง ไม่ควรรอดูอาการหรือคิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง แต่ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว
เพราะในภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับหัวใจ การได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญ“
ดูแลหัวใจ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
การดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องรอจนมีอาการ แต่สามารถเริ่มได้จากการตรวจ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ผศ.พญ.ทรรศลักษณ์ ทองหงษ์ อาจารย์ประจำหน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง: นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว: งานสื่อสารองค์กร งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/ipQOE
#หัวใจขาดเลือด #สุขภาพหัวใจ #ภัยเงียบใกล้ตัว #รู้ทันโรคหัวใจ #สุขภาพน่ารู้ #ความรู้สุขภาพ #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช#หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

ร่วมแสดงความคิดเห็น