เจ้าหน้าที่เตรียมตรวจโครงสร้างพระอุโบสถวัดภูมินทร์ หลังน้ำท่วมคลี่คลาย ห่วงรอยร้าว-การทรุดตัวสะสม

เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบโครงสร้างพระอุโบสถวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หวั่นผลกระทบจากน้ำและความชื้นสะสม หลังเคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2568 พบด้านทิศตะวันตกมีลักษณะทรุดตัวเล็กน้อย พร้อมรอยแตกร้าวบริเวณผนังและองค์พระพุทธรูป ขณะที่พื้นที่โดยรอบยังมีน้ำและความชื้นสะสม จึงต้องประเมินสภาพโครงสร้างอย่างละเอียดอีกครั้ง


ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเข้าตรวจสอบสภาพพระอุโบสถวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน หลังพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเน้นตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้าง รอยแตกร้าว และการทรุดตัวที่อาจเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงหลังน้ำลด


นางประกายแก้ว บุญมี เจ้าหน้าที่วัดภูมินทร์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา หลังเกิดน้ำท่วมในแต่ละปี จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและดูแลวัด ทั้งหน่วยงานด้านศิลปากร การท่องเที่ยว จังหวัด เทศบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านโบราณสถาน


โดยเฉพาะหลังเกิดน้ำท่วมหนักเมื่อปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่วัดอย่างมาก จากการตรวจสอบในครั้งนั้นพบว่า บริเวณด้านทิศตะวันตกของพระอุโบสถมีลักษณะทรุดตัวเล็กน้อย นอกจากนี้ยังพบรอยแตกร้าวบริเวณผนัง รวมถึงองค์พระพุทธรูปบางส่วน


สำหรับรอยร้าวที่พบ มีทั้งร่องรอยที่เกิดขึ้นมานานและรอยที่เคยได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว ขณะที่องค์พระบางส่วนยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการบูรณะ โดยมีการลงรักไว้ก่อน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการลงทองได้ เนื่องจากบริเวณใต้ฐานพระยังมีปัญหาความชื้นสะสมจากน้ำที่ซึมและชุ่มอยู่ใต้โครงสร้างมาเป็นเวลานาน


เจ้าหน้าที่วัดระบุว่า อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3–4 ปี จึงจะสามารถดำเนินการลงทองได้ เนื่องจากต้องรอให้ความชื้นภายในโครงสร้างลดลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการบูรณะในภายหลัง
แม้ที่ผ่านมา น้ำท่วมจะเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบวัด แต่ยังไม่เคยไหลเข้าไปถึงภายในพระอุโบสถโดยตรง โดยครั้งที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา ระดับน้ำขึ้นมาถึงบริเวณใกล้ตัวพระอุโบสถ เหลืออีกประมาณ 3 ขั้นบันไดจึงจะถึงตัวอาคาร


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือ น้ำที่ท่วมขังบริเวณโดยรอบทำให้พื้นดินและโครงสร้างเกิดการอุ้มน้ำและสะสมความชื้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานรากและตัวอาคารในระยะยาว โดยเฉพาะโบราณสถานที่มีอายุหลายร้อยปี
นางประกายแก้วกล่าวว่า หลังเกิดน้ำท่วมครั้งก่อน ทางวัดเคยมีมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปภายในพระอุโบสถในช่วงแรก โดยไม่ให้เกินประมาณ 20 คนต่อครั้ง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อโครงสร้างในช่วงที่พื้นดินและตัวอาคารยังมีความชื้นสูง


ส่วนบริเวณที่เคยพบการเอียงหรือทรุดตัว เคยมีการเปิดพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพด้านล่าง และพบว่ามีน้ำและความชื้นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะนี้บางส่วนยังไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมหรือถมคืนอย่างสมบูรณ์ ทำให้การตรวจสอบครั้งใหม่จำเป็นต้องประเมินทั้งร่องรอยเดิมและผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งล่าสุดควบคู่กัน
เจ้าหน้าที่วัดยอมรับว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะวัดภูมินทร์เป็นโบราณสถานเก่าแก่และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดน่าน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและดูแลอย่างต่อเนื่อง


สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะประเมินอย่างละเอียดว่า รอยแตกร้าวและการทรุดตัวที่เคยพบมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าน้ำท่วมรอบล่าสุดส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อฐานรากและโครงสร้างพระอุโบสถมากน้อยเพียงใด ก่อนนำข้อมูลไปกำหนดแนวทางป้องกัน ซ่อมแซม และอนุรักษ์อย่างเหมาะสมต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น