วันที่ 22 ส.ค. 69 ความคืบหน้าจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน สนธิกำลังร่วมกับ ตชด.327 ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนสกัดจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหารวม 3 ราย ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ อายุ 23 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1) ชาว จ.ราชบุรี, นายสหรัฐ อายุ 32 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) และ นางวรรณิษา อายุ 33 ปี (ผู้ต้องหาที่ 3) ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนในกระสอบฟางสีรุ้ง 25 กระสอบ รวม 500 ถุง น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม และยึดรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิดรวม 4 คัน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงได้ประสานกำลังเข้าสืบสวนและติดตาม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน เชียงราย ขับขี่มาตามถนนในหมู่บ้านด้าย หมู่ 3 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน ลักษณะชวนสงสัย จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น
แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามไปจนถึงบริเวณวัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ ผู้ขับขี่ได้เลี้ยวรถเข้าไปจอดและเปิดประตูวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าข้าวโพดด้านหลังวัด เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังโอบล้อมค้นหา พร้อมเข้าตรวจค้นภายในรถยนต์ ค้นพบกระสอบฟางสีรุ้ง จำนวน 25 กระสอบ ภายในบรรจุถุงพลาสติกสีม่วงมีรูปเรือใบสีทองและตัวอักษรภาษาจีน หมายเลข 888 รวม 500 ถุง ถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเสพติดประเภทไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) จึงยึดไว้เป็นของกลาง
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมจับกุมตัวผู้ขับขี่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าข้าวโพดได้ ทราบชื่อคือ นายภาณุพงศ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) ซึ่งยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกยาเสพติดดังกล่าวจริง โดยมีรถยนต์นำทางคอยสำรวจเส้นทางให้อีกคันหนึ่ง
จากการสอบสวนขยายผล นายภาณุพงศ์ ให้การว่าได้รับการติดต่อจากผู้ใช้ไลน์ชื่อ “กระต่ายทอง” ให้มาร่วมงาน โดยร่วมกับ นายสหรัฐ (ผู้ต้องหาที่ 2) และ นางวรรณิษา (ผู้ต้องหาที่ 3) ซึ่งรับหน้าที่ขับรถยนต์เก๋ง Toyota สีขาว นำทางและสแกนด่านตรวจ
เมื่อนายภาณุพงศ์ถูกจับกุม “กระต่ายทอง” ได้สั่งการผ่านไลน์ให้กลุ่มผู้ต้องหารีบลบข้อความสนทนา และสั่งให้นายสหรัฐและนางวรรณิษาขับรถหลบหนี โดยนำรถยนต์ Toyota สีขาว ไปจอดซ่อนไว้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 ก่อนจะเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน “แกร็บ” เดินทางต่อไปยัง จ.ลำปาง เพื่อไปเอารถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ Toyota สีเทา หมายเลขทะเบียน ชลบุรี ที่เช่าไว้และจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถโรงพยาบาลลำปาง เพื่อใช้เป็นพาหนะในการหลบหนีต่อ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานและดักซุ่มรอ ณ ลานจอดรถ รพ.ลำปาง จนกระทั่งสามารถเข้าชาร์จจับกุมตัวนายสหรัฐ และนางวรรณิษา ไว้ได้พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อ Toyota สีเทา ทะเบียน ชลบุรี
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย สารภาพถึงพฤติการณ์กระบวนการว่า พวกตนรู้จักกับ “นายบาส” หรือ นายนันทวัฒน์ ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน จากนั้นได้รับการติดต่อจากผู้ใช้ไลน์ “กระต่ายทอง” ชักชวนให้มาขนส่งยาเสพติด แลกกับเงินค่าจ้าง 150,000 บาท (โดยแบ่งจ่ายให้นายสหรัฐและนางวรรณิษา 100,000 บาท) เนื่องจากพวกตนมีหนี้สินจำนวนมากจึงตอบตกลง
โดยแก๊งนี้มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ผ่านการวางแผนเช่ารถยนต์จากหลายจังหวัดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยนายสหรัฐ ได้ทำสัญญาเช่ารถยนต์ Toyota สีเทา ทะเบียน ชลบุรี จากร้านเช่ารถใน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 ส.ค. โดยใช้บัญชีธนาคารของนางวรรณิษา รับโอนเงินค่าเช่ารถมาจากบุคคลปริศนา
จากนั้นในวันที่ 20 ส.ค. ได้ไปเช่ารถยนต์ตู้ Hyundai สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จากร้านเช่ารถใน จ.นครราชสีมา โดยนางวรรณิษาเป็นคนจ่ายเงินสด นำมาจอดไว้ที่ รพ.ลำปาง เพื่อสลับสับเปลี่ยนพาหนะ
และนายบาส หรือ นายนันทวัฒน์ ยังได้ไปทำการเช่ารถยนต์ Mitsubishi สีดำ ทะเบียน เชียงราย จากร้านเช่ารถใน จ.เชียงราย เพื่อให้นายภาณุพงศ์ใช้ขับบรรทุกยาไอซ์ 500 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังพบรถยนต์ Toyota สีขาว ทะเบียน เชียงใหม่ ซึ่งเช่ามาจาก จ.ลำปาง นำมาจอดทิ้งไว้ที่ บขส.เชียงราย แห่งที่ 1 โดยซ่อนกุญแจไว้ที่ซุ้มล้อ เพื่อเตรียมใช้ในการหลบหนีอีกด้วย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือ นายภาณุพงศ์, นายสหรัฐ และ นางวรรณิษา พร้อมของกลางยาไอซ์ 500 กิโลกรัม และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยผิดกฎหมาย และจะเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวนายนันทวัฒน์ (นายบาส) รวมถึงเจ้าของบัญชีไลน์ “กระต่ายทอง” ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ร่วมแสดงความคิดเห็น