สุดซ้ำ! นทท.สาวไต้หวัน ทุ่ม 5 หมื่น ตามหาแมว “เทาเทา” รู้ความจริงแสนเจ็บปวด แมวถูกหมากัดตายแล้ว

สุดซ้ำ! นทท.สาวไต้หวัน ทุ่ม 5 หมื่น ตามหา “เทาเทา” แมวสีเทา รู้ความจริงแสนเจ็บปวด แมวถูกหมากัดตายไป 2 วันก่อนแล้ว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Zheng Xin นักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวัน โพสต์ขอความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ หลัง “เทาเทา” แมวเพศผู้พันธุ์ไทยหรือแมวบ้าน ขนสีเทา พลัดหลงหายบริเวณบ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าของประกาศมอบเงินรางวัล 30,000 บาท สำหรับผู้ที่ช่วยพบและแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การตามตัวน้องกลับมาได้ และจะเพิ่มเป็น 50,000 บาท หากพบ “เทาเทา” ภายในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากเจ้าของเป็นห่วงและต้องการพาน้องกลับบ้านโดยเร็ว

“เทาเทา” มีจุดสังเกตคือสวมปลอกคอสีน้ำเงิน มีไมโครชิป และมีนิสัยเป็นมิตร คุ้นเคยกับคนง่าย เจ้าของจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ฟ้าฮ่ามและบริเวณใกล้เคียงช่วยสังเกต หากพบเห็นอย่าวิ่งไล่หรือพยายามจับทันที เพราะอาจทำให้แมวตกใจและเตลิดหนีไปไกลกว่าเดิม แต่ขอให้ถ่ายภาพ พร้อมส่งพิกัดหรือตำแหน่งที่พบให้เจ้าของทราบโดยเร็ว เพื่อให้สามารถติดตามและช่วยเหลือกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ต่อมาเจ้าของได้รับข่าวร้ายจากเพื่อนบ้านว่า “เทาเทา” ถูกสุนัขกัดตายแล้ว โดยระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 หลังจากเทาเทา กระโดดเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่มีกำแพงสูง และภายในมีสุนัขที่ดุร้ายอยู่ ทำให้เจ้าของเสียใจอย่างมาก ก่อนที่ในวันที่ 22 สิงหาคม เจ้าของจะออกมายืนยันความจริงว่าแมวของเธอตายแล้ว

แต่เรื่องกลับมีเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าของยิ่งเจ็บปวดและตัดสินใจออกมาเตือนภัย หลังจากได้รับข้อมูลว่า “เทาเทา” ตายแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม กลับมีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้รับจ้างตามหาสัตว์เลี้ยงสูญหายติดต่อเข้ามา และอ้างว่า “เทาเทา” ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมเสนอว่าจะใช้โดรนตรวจจับความร้อนในการค้นหา ทำให้เจ้าของตั้งข้อสงสัยและเชื่อว่ากำลังถูกหลอกลวง

เจ้าของระบุว่า “กลุ่มคนแย่ ๆ กลุ่มนี้น่าจะใช้ภาพที่สร้างด้วย AI ซึ่งดูสมจริงมาก พวกเขาอ้างว่าใช้โดรนถ่ายภาพความร้อน (thermal imaging) เพื่อค้นหาสัตว์เลี้ยงที่สูญหาย ฉันจะแสดงภาพที่พวกเขาส่งมาให้ฉันตอนนั้นให้ดู เพราะภาพเหล่านั้นดูน่าเชื่อถือและสมจริงมากจริง ๆ ฉันไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกแบบนี้อีก”

เธอยังยืนยันว่า “ฉันมั่นใจว่านี่คือมิจฉาชีพ พวกเขาคอยเรียกร้องให้ฉันจ่ายเงินเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ ก่อนที่พวกเขาจะยอมดำเนินการค้นหาต่อ วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าแมวของฉันตายแล้ว หลังจากถูกสุนัขทำร้าย ฉันจำเป็นต้องออกมาเตือนทุกคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาเป็นมิจฉาชีพ”

เจ้าของยังเปิดเผยว่า เพื่อนบ้านแจ้งว่า “เทาเทา กระโดดเข้าไปในกำแพงสูง และข้างในมีสุนัขที่ดุร้ายอยู่ตัวหนึ่ง ดังนั้นเขาจึง…”

ขณะที่เธอยืนยันเพิ่มเติมว่า “สัตว์เลี้ยงของฉันถูกสุนัขกัดและตายเมื่อวันพุธ มีคนส่งกลุ่มนี้มาให้ฉันเมื่อวันศุกร์ ฉันถามเกี่ยวกับกลุ่มนี้อีกครั้ง และเขาบอกว่าสัตว์เลี้ยงของฉันยังไม่ตาย นี่มันเป็นการหลอกลวงชัดๆ!”

จากหลักฐานการสนทนาที่เจ้าของนำมาเผยแพร่ พบว่ากลุ่มดังกล่าว มีผู้ติดต่อแนะนำตัวว่า “Robert” และอ้างว่าให้บริการค้นหาสัตว์เลี้ยงสูญหายด้วยเทคโนโลยีโดรนตรวจจับความร้อน โดยช่วงแรกมีการสอบถามรายละเอียดของ “เทาเทา” ทั้งเพศ วันที่หาย การฝังไมโครชิป และปลอกคอ ก่อนแจ้งให้เจ้าของชำระเงินจำนวน 1,000 บาท โดยอ้างว่าจะส่งทีมโดรนและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินออกค้นหา ทั้งการบินโดรนสแกนพื้นที่ เดินเคาะประตูบ้าน สอบถามคนในชุมชน และวางกรงดักแบบไม่เป็นอันตราย

ต่อมากลุ่มดังกล่าวอ้างว่า “พบตัวแมวแล้ว” แต่แมวไม่ยอมเข้ากรงและกำลังเดินห่างออกไป จึงขอเรียกเงินเพิ่มอีก 4,500 บาท โดยอ้างว่าจะส่งทีมค้นหาเพิ่มอีก 5 คน และวางกรงเพิ่มอีก 4 กรง เพื่อป้องกันไม่ให้แมวคลาดสายตา ก่อนจะขอให้เจ้าของซื้อ “Steam Card” แล้วส่งไปยังอีเมลของกลุ่ม พร้อมส่งภาพที่อ้างว่าเป็นภาพจากโดรนตรวจจับความร้อนและภาพกรงดักมาให้ดู

เมื่อเจ้าของถามว่ามีภาพอื่นอีกหรือไม่ และถามย้ำว่าแมวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ กลุ่มดังกล่าวไม่ได้ส่งหลักฐานภาพหรือวิดีโอที่ชัดเจนเพิ่มเติม แต่กลับระบุว่าการค้นหาถูกหยุดลงแล้ว เนื่องจากเจ้าของไม่ทำตามคำแนะนำ พร้อมเสนอว่าจะสามารถเริ่มการค้นหาใหม่ได้หากเจ้าของต้องการ

เมื่อเจ้าของถามว่า “เห็นมันเมื่อไหร่? วันไหน?” อีกฝ่ายตอบเพียงว่าอยู่ไม่ไกลจากบ้านและ “มันดูหวาดกลัว” ก่อนจะพยายามถามย้ำว่าจะให้เริ่มการค้นหาใหม่หรือไม่ และต่อมายังมีข้อความในลักษณะกดดันว่า หากเจ้าของไม่จริงจัง จะยกเลิกการรายงาน

เจ้าของจึงตัดสินใจนำเรื่องราวและหลักฐานการสนทนาออกมาเปิดเผย เพื่อเตือนผู้ที่กำลังตามหาสัตว์เลี้ยงสูญหายให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะการถูกติดต่อจากกลุ่มที่อ้างว่าสามารถพบสัตว์เลี้ยงได้ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ แต่กลับเรียกเก็บเงินเพิ่มเป็นระยะ และไม่สามารถแสดงหลักฐานที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของเจ้าของแมวและหลักฐานการสนทนาที่เจ้าของนำมาเผยแพร่ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากลุ่มดังกล่าวกระทำความผิดตามกฎหมาย จึงควรตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เจ้าของฝากเตือนว่าอย่าให้ความหวังหรือความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยง กลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ และควรตรวจสอบตัวตนของผู้ให้บริการ รวมถึงหลักฐานการค้นหาให้ชัดเจนก่อนชำระเงินทุกครั้ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น