เจ้าของพิพิธภัณฑ์บรมนาถสถิต อ.สารภี ขวัญผวา หลังคนร้ายสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า พกมีดบุกรุกเข้ามาวนเวียนรอบอาคารนานกว่า 45 นาที ก่อนพยายามงัดหน้าต่างหวังลักทรัพย์ แต่สัญญาณกันขโมยดังขึ้น จึงหลบหนีไป เจ้าของเผยผ่านมากว่า 1 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ต้องควักเงินส่วนตัวเสริมระบบรักษาความปลอดภัย หวั่นเกิดเหตุซ้ำจนเริ่มคิดปิดพิพิธภัณฑ์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายใน “บ้านพิพิธภัณฑ์บรมนาถสถิต” พื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ โดยคนร้ายสวมหมวกและหน้ากากปิดบังใบหน้า พร้อมพกอาวุธมีด เข้ามาภายในบริเวณบ้าน ก่อนเดินวนเวียนรอบอาคารอยู่นานกว่า 45 นาที จากนั้นได้พยายามงัดหน้าต่างเพื่อเข้าไปภายใน แต่สัญญาณกันขโมยส่งเสียงดัง ทำให้คนร้ายรีบหลบหนีไป
ผู้ดูแลเปิดเผยว่า เมื่อพบความผิดปกติได้โทรศัพท์แจ้งโรงพักในพื้นที่ทันที ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร แต่ในช่วงแรกไม่ได้รับการเข้าตรวจสอบ โดยได้รับแจ้งให้มาแจ้งความในช่วงเช้า ทำให้ต่อมาต้องประสานขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 191
แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ผู้ดูแลระบุว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ ทำให้ครอบครัวผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์เกิดความหวาดระแวงและกังวลเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก
หลังเกิดเหตุ ครอบครัวต้องใช้งบประมาณส่วนตัวเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งติดตั้งเหล็กดัด เพิ่มไฟส่องสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 8 ตัว รวมถึงเสริมระบบสัญญาณกันขโมยรอบบ้าน ขณะที่ต่อมามีการประสานนำตู้แดงมาติดตั้งบริเวณหน้าบ้าน เพื่อช่วยป้องปรามและเพิ่มความปลอดภัยในเบื้องต้น
เจ้าของพิพิธภัณฑ์เปิดเผยด้วยความท้อแท้ว่า บ้านพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยที่ผ่านมาไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ แต่กลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วยตัวเอง จนเริ่มหมดกำลังใจและมีความคิดที่จะยุติการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังตัดสินใจเดินหน้าต่อ พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ แต่หากเกิดเหตุร้ายขึ้นซ้ำอีกในอนาคต อาจต้องนำเรื่องการปิดพิพิธภัณฑ์มาพิจารณาอย่างจริงจังอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามความคืบหน้าของคดี และเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก



ร่วมแสดงความคิดเห็น