ตม.เชียงราย ปิดจ๊อบ “แก๊งขนจีนเทา” รวบตัวการวัย 69 ปี ลอบส่งคนจีนจากกัมพูชาผ่านไทย เตรียมออกช่องทางธรรมชาติไปทำงานคอลเซ็นเตอร์มาเลเซีย พบค่าหัวรายละ 6.5 หมื่นบาท เงินหมุนเวียนอื้อ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย พ.ต.ท.หญิง พัสษลพร ศุกระศร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย และ พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย ได้รับการประสานข้อมูลจาก ตม.จว.สงขลา ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการลักลอบนำคนจีนไปประเทศมาเลเซีย และหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย
เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามเป้าหมายจนพบตัว นายนิคม อายุ 69 ปี บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 20 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนแสดงหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 521/2569 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 และจับกุมตัวในข้อหาเกี่ยวกับการเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้จ้างวาน ให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายนิคมส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา เข้าตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาหม่อม จ.สงขลา หลังได้รับข้อมูลว่าเป็นสถานที่พักคอยของกลุ่มคนต่างด้าว โดยพบชาวจีน 6 คน และชาวเมียนมา 1 คน พร้อมโทรศัพท์มือถือกว่า 20 เครื่อง
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวเดินทางลักลอบมาจากประเทศกัมพูชา และเข้ามาพักคอยในประเทศไทย เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมีขบวนการแบ่งหน้าที่กันเป็นทอด ๆ ตั้งแต่ผู้รับคำสั่งจากนายทุนต่างประเทศ ผู้จัดหารถ ผู้จัดหาที่พัก ไปจนถึงผู้รับช่วงนำพาออกนอกราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติ
แนวทางการสืบสวนพบว่า “นายรุสดีย์” หรือ “บังดี” ทำหน้าที่รับคำสั่งจากนายทุนต่างประเทศ ก่อนประสาน “นายนิคม” ให้ติดต่อ “นายสมบัติ” จัดหารถรับคนต่างด้าวจากพื้นที่ตอนบนลงมายังจุดพักใน จ.สงขลา จากนั้น “นายฮาบีบ” ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดของบังดี จะรับช่วงต่อเพื่อเตรียมนำพากลุ่มคนดังกล่าวออกจากประเทศไทย
หลังรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะกระจายกำลังติดตามผู้ต้องหาตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ตม.จว.ยะลา ร่วมกับ กก.สส.2 บก.สส.จชต. จับกุม นายฮาบีบ ได้ที่บ้านพักใน จ.ยะลา
ต่อมา วันที่ 17 สิงหาคม ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจทางหลวง จับกุม นายสมบัติ ได้ขณะพักอยู่ภายในบ้านพักใน จ.พระนครศรีอยุธยา
กระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.สงขลา สามารถติดตามจับกุม นายนิคม ได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย ขณะที่วันเดียวกัน ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และฝ่ายความมั่นคง สามารถจับกุม นายรุสดีย์ หรือ “บังดี” หัวหน้าขบวนการได้ที่ด่านตรวจแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส
การจับกุมดังกล่าวถือเป็นการปิดปฏิบัติการติดตามเครือข่ายสำคัญที่เหลืออยู่ หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาขยายผลจากผู้ต้องหาที่พบในรีสอร์ต จ.สงขลา จนนำไปสู่การติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ครบทั้งเครือข่าย
จากการขยายผล เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า ขบวนการดังกล่าวเรียกค่าดำเนินการนำพาชาวจีนที่ต้องการเดินทางลักลอบไปประเทศมาเลเซีย รายละประมาณ 65,000 บาท โดยเชื่อว่าขบวนการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมานานกว่า 1 ปี และอาจมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายประมาณ 6–10 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลและกำลังของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหลายพื้นที่ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง จนถึงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำพาคนต่างด้าว และขยายผลไปถึงผู้สนับสนุนและผู้สั่งการ
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการลักลอบนำพาคนต่างด้าว หรือพบเห็นคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178




ร่วมแสดงความคิดเห็น