ผ่าช่องโหว่ “คุมบุหรี่” ในไทย

(*)ประเทศไทยยังดำเนินการ(สอบ)ตกกรอบอนุสัญญาฯขององค์การอนามัยโลกในการควบคุมยาสูบหลายเรื่อง ชี้โครงสร้างภาษีบุหรี่ยังเหลื่อมล้ำ ภาษียาเส้นต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับบุหรี่ซิกาแรต การปรับ(ภาษี)เป็นอัตราเดียวต้องไม่ต่ำกว่า 30 %

  (*)การบังคับใช้กฎหมายยังไร้ประสิทธิภาพ ทั้งการห้ามสูบในที่สาธารณะ การลักลอบขายให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ พบการโฆษณาแฝงสูบบุหรี่ในซีรีส์ที่เผยแพร่ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและออนไลน์ ลุยจัดการย้ำไทยกฎหมาย “ห้ามโฆษณายาสูบทุกรูปแบบ”

 (*)อุปสรรคสำคัญในการคุมบุหรี่ของไทย รัฐบาลยังไม่ได้พิจารณานโยบาย โดยยึดเรื่องสุขภาพเป็นอันดับหนึ่ง แต่ให้น้ำหนักผลกระทบทางธุรกิจมากกว่า และถูกแทรกแซงนโยบายเกือบทุกด้าน  

รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช
อาจารย์แพทย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล 25 สิงหาคม 2569

หมายเหตุ
บทสัมภาษณ์แพทย์หญิงเริงฤดีข้างต้น ตอบข้อสงสัยของหลายฝ่าย ที่ว่าทำไมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่มานาน จำนวนคนสูบบุหรี่จึงไม่ลดลงจาก 10 ล้านคน
อ่านแล้วคงจะเข้าใจมากขึ้นว่า การจะลดคนสูบบุหรี่ ไม่สามารถอาศัยเพียงการรณรงค์ การรักษาคนที่ติดแล้วให้เลิกเท่านั้น
และไม่ใช่เป็นเรื่องความรับผิดชอบเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข สสส.ภาควิชาการและภาคีเครือข่ายเท่านั้น
แต่เป็นเรื่องของหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วม ตามที่คุณหมอเริงฤดีชี้ให้เห็น ซึ่งมีการกำหนดไว้ในอนุสัญญาควบคุมยาสูบองค์การอนามัยโลกมา 20 ปีแล้ว ให้รัฐบาลต่างๆดำเนินการ
ส่วนการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่มีความจำเป็น เพื่อก่อให้เกิดความตื่นรู้พิษภัยของยาสูบในประชากร และกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ อันจะส่งผลเอื้อต่อการเกิดนโยบาย/กฏหมายที่ต้องมีในการลดจำนวนคนสูบบุหรี่
หากรัฐบาล/กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจ แก้ประเด็นปัญหาที่คุณหมอเริงฤดีกล่าวถึง ความหวังที่จะลดจำนวนคนสูบบุหรี่จะริบหรี่ครับ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 26 สิงหาคม 2569
อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1248982

ร่วมแสดงความคิดเห็น