สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มศักยภาพมัคคุเทศก์ฯ”

สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มศักยภาพมัคคุเทศก์สู่การนำเที่ยวเส้นทาง Wellness Tourism”

สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มศักยภาพมัคคุเทศก์สู่การนำเที่ยวเส้นทาง Wellness Tourism” มุ่งเสริมองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พัฒนาทักษะการสื่อความหมายและการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ พร้อมฝึกออกแบบเส้นทาง Wellness MICE เพื่อยกระดับการบริการและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวและกลุ่มลูกค้าองค์กร

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศิริธาราวารี โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จัดโครงการประชุมองค์กร “เพิ่มศักยภาพมัคคุเทศก์สู่การนำเที่ยวเส้นทาง Wellness Tourism” โดยมี นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวรายงาน และ
นางศุภาดา ชัยวงษ์ ผู้แทนการตลาด สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคเหนือ (TCEB) ตลอดจนวิทยากร ผู้มีเกียรติ สมาชิกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมประชุม

นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญระดับนานาชาติ มีความโดดเด่นทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต อาหาร และทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เป็นอย่างดีขณะเดียวกัน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ได้ต้องการเพียง “สถานที่ท่องเที่ยว” แต่ต้องการ “ประสบการณ์ที่มีคุณค่า” ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจ การใช้เวลาอย่างมีความหมาย รวมถึงการสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ และภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

นายศุภมิตรกล่าวต่อว่า Wellness Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของเชียงใหม่ เนื่องจากจังหวัดมีต้นทุนที่โดดเด่น ทั้งธรรมชาติที่หลากหลาย วัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง สมุนไพร ศาสตร์การนวดและการดูแลสุขภาพ ตลอดจนชุมชนและวิถีชีวิต ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นประสบการณ์ด้าน Wellness ได้อย่างหลากหลาย

“มัคคุเทศก์ไม่ได้เป็นเพียงผู้พานักท่องเที่ยวเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือเป็นผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการนำเที่ยวด้าน Wellness ที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการสื่อสาร และความสามารถในการออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย”

ทั้งนี้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อว่าเชียงใหม่จะสามารถพัฒนาจากการเป็นเพียง “เมืองท่องเที่ยว” ไปสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางด้าน Wellness ที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์” ในระดับประเทศและนานาชาติ โดยองค์ความรู้จากการประชุม รวมถึงการฝึกปฏิบัติและการออกแบบเส้นทาง Wellness MICE จะสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานจริง และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเชียงใหม่

ด้าน นางพิกุล เรืองไชย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน Wellness Tourism เป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก นักท่องเที่ยวและกลุ่มลูกค้าองค์กรไม่ได้มองเพียงการเดินทางเพื่อพักผ่อนหรือเยี่ยมชมสถานที่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของชีวิต การดูแลสุขภาพกายและใจ การพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนการได้รับประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่

จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการด้าน Wellness Tourism ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นถิ่นและอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงศาสตร์การนวดและการดูแลสุขภาพที่มีเอกลักษณ์ โดยมัคคุเทศก์ถือเป็นบุคลากรสำคัญในการเชื่อมโยงสถานที่ กิจกรรม องค์ความรู้ และประสบการณ์ให้เกิดความเข้าใจและความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและลูกค้าองค์กร

ด้วยเหตุนี้ สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ จึงจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้พัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันออกแบบแนวทางการนำเสนอเส้นทาง Wellness Tourism ที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรและตลาดไมซ์

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มี มัคคุเทศก์ภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 40 คน เข้าร่วมประชุม วิทยากรและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยกิจกรรมครอบคลุมทั้งการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติ

เนื้อหาสำคัญประกอบด้วย องค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาวะ แนวโน้มและทิศทางของ Wellness Tourism รวมถึงองค์ความรู้เรื่องสุขภาพแบบองค์รวมตามภูมิปัญญาล้านนา ตลอดจนกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้และพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหรือโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การเล่าเรื่องและการสื่อความหมาย รวมถึงการฝึกออกแบบ Strategic Storytelling Tourism เพื่อให้มัคคุเทศก์สามารถร้อยเรียงเรื่องราวจากสถานที่และกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจ มีความหมาย และสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าองค์กรได้มากยิ่งขึ้น

ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดและฝึกปฏิบัติผ่านตัวอย่าง Wellness MICE จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่เส้นทางที่ 1 เส้นทางสมาธิและการดูแลจิตใจ
เส้นทางที่ 2 เส้นทางการบำบัดและนวดแผนไทย ศาสตร์แห่งสุขภาวะเส้นทางที่ 3 เส้นทางอาหารสุขภาพและวิถีชุมชน ทั้ง 3 เส้นทางเปิดโอกาสให้มัคคุเทศก์ได้ฝึกสร้างเรื่องราว สร้างจุดประทับใจ เลือกใช้ภาษา รวมถึงฝึกการสื่อสารภาษาที่สามให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อยกระดับการนำเที่ยวจากการ “บอกข้อมูล” สู่การ “สร้างประสบการณ์” ให้กับผู้เดินทาง

นางพิกุลกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างมัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงทรัพยากรและความร่วมมือในพื้นที่ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเส้นทาง Wellness Tourism ของเชียงใหม่ให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในอนาคต

ทั้งนี้ สมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่คาดหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมบทบาทของมัคคุเทศก์ให้เป็นมากกว่าผู้ให้ข้อมูล แต่เป็น ผู้สร้างคุณค่า ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว และผู้สร้างประสบการณ์ด้านสุขภาวะ ให้แก่ผู้เดินทางได้อย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งให้สมาชิกทั้ง 40 คนสามารถนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เกิดการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 และร่วมกันขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness Tourism ที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ในระดับนานาชาติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น