การรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ส่งผลดีในการลดคนสูบบุหรี่ มากกว่าที่ทุกคนคิด

เมื่อวันก่อนรศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช จากคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี ชี้ถึงจุดอ่อนของนโยบายขวบคุมยาสูบ และการปฏิบัตรตามกฏหมายควบคุมยาสูบของประเทศไทย
ผมได้เขียนว่า การรณรงค์มีความสำคัญ ที่จะกระตุ้น/สนับสนุนให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง สามารถทำให้เกิดนโยบายและกฏหมายควบคุมยาสูบ นโยบายการขึ้นภาษี และทำให้ประชาชนรู้และปฏิบัติตามกฏหมาย นอกเหนือจากทำให้หลายๆคนเลิกสูบบุหรี่
อนุสัญญาควบคุมยาสูบฯ เน้นความสำคัญของการรณรงค์ไว้ในหลายมาตราเช่น
มาตรา 12 ว่าด้วยการรณรงค์ให้ความรู้ การประชุมฝึกอบรม ถึงอันตราย ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการสูบบุหรี่ รวมถึงกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ในการแทรกแซงนโยบาย
มาตรา 8 การห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ กำหนดว่า ต้องมีการรณรงค์ให้ประชาชนทุกคน รู้ถึงอันตรายของควันบุหรี่มือสองและกฏหมายห้ามสูบในสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามกฏหมาย ลดจำนวนคนที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฏหมายให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่ที่รักษากฏหมาย
มาตรา 14 ที่ว่าด้วยการเลิกบุหรี่ ถ้ายิ่งรณรงค์ให้ประชาชนรู้ถึงอันตราย โรคต่างๆที่เกิดจากการสูบบุหรี่และผลดีของการเลิกสูบมากยิ่งขึ้นเท่าไร จะทำให้คนสูบบุหรี่เลิกสูบเองได้มากขึ้น ที่เลิกเองไม่ได้ ก็จะไปขอรับการรักษาจากหน่วยงานสาธารณสุข
ผมนำอินโฟที่แสดงถึงเปอเซ็นต์ของคนสูบบุหรี่จากประเทศต่างๆ ที่รู้สึกว่า ไม่ควรอนุญาตให้สูบบุหรี่ทุกที่ในภัตตาคารในอาคาร ที่สำรวจในปี 2549
ผลพบว่า 89.9% ของคนสูบบุหรี่ไทย รู้สึกว่าไม่ควรสูบบุหรี่ในภัตตาคาร สูงที่สุดในโลก ซึ่งก็สะท้อนถึงผลจากการรณรงค์ถึงอันตรายของควันบุหรี่มือสอง และกฏหมายที่ห้ามสูบ ผ่านช่องทางและหน่วยงานต่างๆ ด้วยการสนับสนุนของสสส.
ในส่วนของผลดีของการรณรงค์ต่อการขับเคลื่อนนโยบาย การรณรงค์ที่เข้มข้นผ่านสื่อโทรศัพท์ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2545 -2547 ผ่านการสนับสนุนด้วยทุนสสส.
ทำให้ประเทศไทยสามารถออกกฏหมายพิมพ์ภาพคนป่วยบนซองบุหรี่ เป็นประเทศที่ 4 ของโลกในปี 2547 และห้ามแสดงซองบุหรี่ณ.ร้านขายปลีกในปี 2548 เป็นประเทศที่ 3 หรือ 4 ของโลก แม้บริษัทบุหรี่จะวิ่งเต้นขัดขวางอย่างสุดฤทธิ์ รวมทั้งขู่จะฟ้องรัฐบาล แต่ด้วยกระแสประชาชนที่สนับสนุน กฏหมายจึงผ่านออกมาได้
การรณรงค์จึงมีความจำเป็น ที่ทำให้คนเลิกสูบบุหรี่มากขึ้น รู้และปฏิบัติตามกฏหมายมากขึ้น ทำให้สังคมเห็นความสำคัญของนโยบายและมาตรการทางกฏหมายในการควบคุมยาสูบ หนุนให้รัฐบาลเอาชนะบริษัทบุหรี่ในการกำหนดนโยบาย/กฏหมายที่จำเป็น
การรณรงค์ยิ่งมีความจำเป็น หากเราดูงบโฆษณาส่งเสริมการขายสินค้าทำลายสุขภาพ ยาสูบ สุรา เครื่องดื่มที่มีนำ้ตาล อาคารกรอบแกรบ เค็ม(โซเดียมสูง) รวมกันแล้วน่าจะถึงปีละครึ่งแสนล้านบาท
เทียบกับที่สสส.ใช้ในการสนับสนุนการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพทั้งหมด ไม่กี่ร้อยล้านบาทต่อปี ทั้งสุรา ยาสูบ การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การไม่ออกกำลังกาย และอุบัติเหตุทางจราจร

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 28 สิงหาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น