เกษตรเชียงใหม่ นำทีม 25 อำเภอ ประชุมสัญจรแม่แตง ย้ำเกษตรกรขึ้นทะเบียน–ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน รับมือภัยธรรมชาติ
วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะเกษตรอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เข้าร่วมประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนสัญจร ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีว่าที่ร้อยเอกวิราช ธิมา นายกเทศมนตรีตำบลแม่หอพระ ร่วมกล่าวพบปะและให้การต้อนรับคณะเกษตรอำเภอทั้ง 25 อำเภอ
การประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและโครงการสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร รวมถึงการชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการเร่งด่วน การติดตามผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การติดตามสถานการณ์พืชผลทางการเกษตร ความเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย ตลอดจนการดำเนินงานด้านวิสาหกิจชุมชนและแปลงใหญ่
ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอและตำบล เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์สภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนและให้คำแนะนำแก่เกษตรกร รวมถึงเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างทันท่วงที
ประเด็นสำคัญที่เน้นย้ำ คือ การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน โดยเกษตรกรต้องดำเนินการก่อนเกิดภัย เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร หากเกิดภัยพิบัติ เกษตรกรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย และพื้นที่ได้รับความเสียหายจริงต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ
สำหรับหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ด้านพืช ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้บังคับสำหรับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มีอัตราการช่วยเหลือ ดังนี้
- ข้าว อัตรา 2,240 บาทต่อไร่
- พืชไร่และพืชผัก อัตรา 3,180 บาทต่อไร่
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ อัตรา 6,800 บาทต่อไร่ กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นได้รับความเสียหายจนชะงักการเจริญเติบโต อัตรา 3,400 บาทต่อไร่ โดยเมื่อรวมกับกรณีเสียหายสิ้นเชิงแล้ว ต้องไม่เกิน 30 ไร่
- กรณีแปลงปลูกพืชถูกดินหรือโคลนทับถม อัตรา 16,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 5 ไร่
สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่จึงขอประชาสัมพันธ์และเน้นย้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ เร่งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมถึงปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย เพื่อให้ข้อมูลการเกษตรมีความถูกต้อง สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ตลอดจนเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ของทางราชการเมื่อเกิดภัยพิบัติ




ร่วมแสดงความคิดเห็น