🚭งานวิจัยชี้ ควรอยู่ห่างจากคนสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่ำ “10 เมตร” เพื่อลดอันตรายจากควันบุหรี่มือสอง
โดยเฉพา ะเด็กอาจต้องอยู่ห่างจากควันบุหรี่มากกว่า 30–100+ เมตร
📊งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Air Quality, Atmosphere & Health จากมหาวิทยาลัยยอนเซ ประเทศเกาหลีใต้ ศึกษาการแพร่กระจายของฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการสูบบุหรี่กลางแจ้ง ทั้งบุหรี่มวน บุหรี่แบบให้ความร้อน และบุหรี่ไฟฟ้าแบบน้ำยา พบว่าอนุภาค PM10 และ PM2.5 สามารถแพร่กระจายไปได้ไกลจากจุดที่มีการสูบ และยังตรวจพบผลกระทบต่อคุณภาพอากาศแม้อยู่ห่างจากผู้สูบถึง 10 เมตร โดยใช้ทั้งการวัดมลพิษจากการสูบจริงและแบบจำลองการไหลของอากาศ (Computational Fluid Dynamics: CFD) เพื่อประเมินการแพร่กระจายของ PM10 และ PM2.5 และประเมินความเสี่ยงสำหรับประชาชนทั่วไปและเด็กอายุ 6–10 ปี
📌“10 เมตร” ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการสัมผัส
ผลการศึกษาพบว่า มลพิษจากการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังส่งผลต่อคุณภาพอากาศในระยะ 10 เมตรจากแหล่งกำเนิด ทั้งนี้ระดับมลพิษจะลดลงตามระยะทาง แต่ไม่ได้หายไปทันทีที่ระยะ 10 เมตร
จากการประเมินความเสี่ยงจาก PM10 และ PM2.5 งานวิจัยให้ผลแตกต่างกันตามประเภทของผลิตภัณฑ์ จำนวนผู้สูบ และกลุ่มประชากร โดยแนะนำระยะห่างจากผู้สูบตามประเภทบุหรี่ ดังนี้
🚬 บุหรี่มวน
• ประชาชนทั่วไป: อย่างน้อย 10 เมตร
• เด็ก: อย่างน้อย 30-100 เมตร
🔥 บุหรี่แบบให้ความร้อน
• ประชาชนทั่วไป: อย่างน้อย 10 เมตร
• เด็ก: อย่างน้อย 10 เมตร
💨 บุหรี่ไฟฟ้าแบบน้ำยา
• ประชาชนทั่วไป: อย่างน้อย 10-70 เมตร
• เด็ก: อย่างน้อย 100 เมตร
เด็กเป็นกลุ่มที่ควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
ผลการประเมินพบว่าเกณฑ์ความเสี่ยงที่ใช้สำหรับเด็กต่ำกว่าประชาชนทั่วไป ทำให้ระยะที่ต้องควบคุมการสัมผัสในเด็กยาวกว่า ผู้วิจัยเสนอว่า ในพื้นที่ที่มีเด็กควรพิจารณา การเว้นระยะจากแหล่งสูบบุหรี่ประมาณ 30–100+ เมตร อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยย้ำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดระยะปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับการใช้เป็นมาตรฐานระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ
บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัยกว่า”
อีกหนึ่งข้อค้นพบสำคัญคือ บุหรี่ไฟฟ้าแบบน้ำยามีการปล่อยละอองอนุภาคในระดับสูงที่สุดในการทดลอง เมื่อเทียบกับบุหรี่มวนและบุหรี่แบบให้ความร้อน
ผู้วิจัยระบุอย่างชัดเจนว่า ผลการศึกษานี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดอันดับว่าบุหรี่ประเภทใดมีความเสี่ยงมากกว่ากัน แต่จากมุมมองด้านสาธารณสุข ไม่ควรถือว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “ปลอดภัย” หรือ “ปลอดภัยกว่า” สำหรับผู้ที่อยู่รอบข้าง
ข้อควรรู้ก่อนนำตัวเลขไปใช้
ตัวเลขระยะ 30–100 เมตร เป็นค่าที่ได้จากการประเมินความเสี่ยงและแบบจำลอง CFD ภายใต้สถานการณ์ที่ผู้วิจัยออกแบบให้เป็นลักษณะ worst-case scenario ไม่ใช่การทดลองที่พิสูจน์ว่า “ระยะ 100 เมตรคือระยะที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน”
แบบจำลองไม่ได้สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพลมและปัจจัยสิ่งแวดล้อมแบบ real-time ได้ทั้งหมด ผู้วิจัยจึงระบุว่าค่าที่ได้อาจมีแนวโน้ม ประเมินความเสี่ยงสูงกว่าสภาพจริง และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่ในสภาพแวดล้อมจริงเพิ่มเติม
🚭สรุป
“ยิ่งห่าง ยิ่งลดการสัมผัส แต่ 10 เมตรไม่ได้หมายความว่าไม่มีควันหรืออนุภาคหลงเหลืออยู่”
**งานวิจัยแนะนำระยะห่างจากผู้สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่ำ 10 เมตร สำหรับประชาชนทั่วไป
และ 30-100+ เมตร สำหรับเด็กเพื่อเป็นแนวทางที่ช่วยลดการสัมผัสควันบุหรี่และละอองจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของผู้สูบ
แต่ไม่มีระยะใดที่สามารถรับประกันว่า “ปลอดจากการสัมผัส” ได้อย่างสมบูรณ์
รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
อ้างอิง
Yang, J., Hashemi, S., Kim, T. et al. Risk assessment and estimation of controlling safe distance for exposure to particulate matter from outdoor secondhand tobacco smoke. Air Qual Atmos Health 17, 139–154 (2024). https://doi.org/10.1007/s11869-023-01435-9


ร่วมแสดงความคิดเห็น