นายกชายขอบสาละวิน ร้องปลดล็อกข้อจำกัดแม่ฮ่องสอน

นายก อบต.แม่สามแลบ ร่างหนังสือร้อง ครม.สัญจร วอนรัฐเร่งฟื้นฟูแม่ฮ่องสอน ปลดล็อกข้อจำกัดป่าทับซ้อน ยื่น 4 ข้อเร่งด่วน ขอเส้นทาง-สะพาน-น้ำประปา พื้นที่ชายขอบสาะละวิน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

วันที่ 2 กันยายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ เปิดเผยถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ หลังต้องเผชิญอุทกภัยครั้งรุนแรง แต่การฟื้นฟูเยียวยายังล่าช้า ติดขัดทั้งระบบราชการและการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับบริบทสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ชายขอบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยระบุว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเป็นวงกว้าง ครอบคลุมหลายอำเภอ ตั้งแต่ อ.เมือง อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง ไปจนถึง อ.สบเมย สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ถนนถูกทรุดพังตัดขาด สะพานพังเสียหาย พื้นที่การเกษตร ระบบน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน อย่างไรก็ดี การอุดหนุนงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูกลับถูกปรับลดในหลายส่วน เนื่องจากใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาแบบเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งไม่สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงและพื้นที่ห่างไกล

ด้วยเหตุนี้ อบต.แม่สามแลบ จึงได้จัดทำร่างหนังสือเพื่อยื่นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเสนอข้อเรียกร้องเร่งด่วน 4 ข้อ ประกอบด้วย

  1. ขอให้ปรับเพิ่มงบประมาณ และยกเลิกการใช้หลักเกณฑ์สัดส่วนเดียวกันทั้งประเทศ ในการพิจารณาตัดงบประมาณ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศและความเดือดร้อนของแม่ฮ่องสอนมีความเฉพาะตัว การใช้เกณฑ์กลางทำให้พื้นที่ชายขอบเสียโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนาอย่างเท่าเทียม
  2. ขอให้ทบทวนการยกเลิกโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และปรับแก้เงื่อนไขให้เอื้อต่อการจัดทำโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
  3. ขอให้เร่งรัดการอนุมัติงบกลาง เพื่อซ่อมแซมทางหลวงสายหลัก สายรอง สะพาน และเส้นทางท้องถิ่นที่เสียหายเป็นการเร่งด่วน เพื่อฟื้นคืนระบบคมนาคม กระตุ้นการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
  4. ขอให้ยกเลิกและปรับปรุงมติ ครม. รวมถึงเกณฑ์การขอใช้พื้นที่ที่ไม่เอื้อต่อบริบทของแม่ฮ่องสอน โดยเสนอให้ออกมติ ครม. ใหม่ หรือพระราชกฤษฎีกาผ่อนผัน ให้อำนาจ อปท. สามารถเข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่เขตป่าได้โดยอนุโลม เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนสามารถดำเนินการได้จริงตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ชายขอบที่ต้องการ การเหลียวแลอย่างเข้าใจ การใช้นโยบายแบบเดียวกับทั้งประเทศ และการติดล็อกข้อกฎหมายเรื่องพื้นที่ป่า ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงขอความกรุณาจากนายกรัฐมนตรีและ ครม. เร่งปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ร่วมแสดงความคิดเห็น