จี๋หลง, 7 ก.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) หน่วยงานรับมือเหตุฉุกเฉินและกู้ภัยในเขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโคลนถล่มด่านจี๋หลงบนพรมแดนจีน-เนปาลเมื่อวันที่ 26 ส.ค. รวมอยู่ที่ 43 ราย เมื่อนับถึง 18.00 น. ของวันเสาร์ (5 ก.ย.) ส่วนจำนวนผู้สูญหายอยู่ที่ 519 ราย โดยผู้สูญหายส่วนหนึ่งเป็นชาวต่างชาติจาก 23 ประเทศ จำนวน 261 ราย
รายงานระบุว่าจีนดำเนินปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งใหญ่หลังเกิดเหตุโคลนถล่มรุนแรงซึ่งมีสาเหตุมาจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่สูงในเนปาล โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 2,500 นาย และยานพาหนะกว่า 500 คัน ขณะที่โดรนปฏิบัติการบินมากกว่า 1,000 เที่ยว และมีการบินส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ทางอากาศรวม 5.43 ตันแล้ว เมื่อนับถึง 18.00 น. ของวันเสาร์ (5 ก.ย.)
หน่วยงานท้องถิ่นได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาลที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนในจี๋หลงจำนวน 1,720 ราย โดยชาวเนปาลจำนวนมากที่ทำงานหรือประกอบธุรกิจในจี๋หลงติดค้างอยู่ในพื้นที่หลังดินโคลนทำลายด่านชายแดน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่พวกเขาใช้เดินทางเข้าและออกจากจีน นอกจากนี้ จีนยังแจ้งข้อมูลอัปเดตรายวันเกี่ยวกับสภาพอากาศ อุทกวิทยา และข้อมูลธารน้ำแข็งแก่เนปาลผ่านกลไกแจ้งเตือนข้อมูลภัยพิบัติด้วย

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่กู้ภัยดำเนินการค้นหาในพื้นที่ประสบภัยหลัก บริเวณด่านจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 3 ก.ย. 2026)
ร่วมแสดงความคิดเห็น