เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กันยายน 2569 มีรายงานฝนตกหนักในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา โดยสถานีวัดน้ำฝนโจตาดา ตรวจวัดปริมาณฝนสะสมได้สูงถึง 88.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริเวณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 ระดับน้ำพุ่งสูงแตะ 398.36 เมตร และมีระดับสูงกว่าแนวตลิ่งประมาณ 0.77 เมตร สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่แม่สายและชุมชนโดยรอบ
โดย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายติ้น เหว่ ต่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดน ประสานข้อมูลระดับน้ำและแนวทางการรับมืออย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดมีแนวโน้มดีขึ้น โดยระดับน้ำเริ่มลดลง ขณะที่น้ำยังอยู่ภายในแนวคันกั้นน้ำ และยังไม่มีรายงานว่าน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจหรือชุมชนสำคัญของอำเภอแม่สาย ด้านพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่าน้ำจากแม่น้ำสายได้ทะลักเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้าง หลายจุดมีน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ประกอบกับพนังกั้นแม่น้ำสายได้พังลงทำให้มีการทะลักของชองมวนน้ำ
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ร่วมกับ กอ.รมน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และผู้แทนจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-แม่สาย หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงเช้าจากทางเมืองสาดและท่าขี้เหล็ก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายและสถานีวัดน้ำโจนาธานสูงขึ้นจนปริ่มตลิ่ง อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนที่วัดได้อยู่ที่ 75 มิลลิเมตร ซึ่งยังไม่เกินระดับวิกฤต ส่งผลให้ระบบระบายน้ำและแนวคันกั้นน้ำ Big Bag ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบกยังคงสามารถป้องกันน้ำท่วมไว้ได้ และปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ทั้งนี้ จังหวัดได้เตรียมความพร้อมระบบแจ้งเตือนภัย 3 ระดับ รวมถึงแผนอพยพผู้ป่วยติดเตียง ขนย้ายทรัพย์สิน และยานพาหนะไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทางอธิบดีกรมธนารักษ์ได้อนุมัติเห็นชอบการใช้พื้นที่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางระเบียบราชการในการเสนอเรื่องไปยังสำนักงบประมาณผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อได้รับการอนุมัติ งบประมาณจะถูกส่งต่อให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงราย ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง รื้อถอนสิ่งกีดขวาง และก่อสร้างผนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร โดยมีเป้าหมายสร้างผนังกั้นน้ำถาวรให้เสร็จสิ้นหลังผ่านพ้นฤดูน้ำหลาก เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในปีต่อๆ ไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น