ขอบคุณ คุณหมอเปรมใส่ไข่ ที่เผยแพร่ขลิป ผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง จากสูบบุหรี่ ที่น่าสนใจมาก
เมื่อผมไปฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางโรคปอดที่สหรัฐอเมริกาพ.ศ. 2513-18 โรคที่ผมกลัวที่สุดคือ “โรคถุงลมโป่งพอง”
ที่กลัวเพราะเวลาอยู่เวร จะถูกพยาบาลตามกลางดึกให้ไปดูคนไข้ในไอซียู ที่หอบเหนื่อยหายใจเข้ากับเครื่องช่วยหายใจไม่ได้ ต้องใช้เวลาปรับเครื่องช่วยหายใจจนคนไข้สงบ กลับมานอนเดี๋ยวก็ถูกปลุกไปดูอีกคนหนึ่งที่เป็นโรคเดียวกัน
หมอก็อดนอน คนไข้ก็ทรมานเหมือนปลาที่ขาดอากาศหายใจ
จนมีบางครั้งที่คิดว่า“ กูท่าจะเลือกเรียนผิดสาขาวะ“ โรคนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ถ้าคนไข้ไม่สูบบุหรี่
ในแง่ดี มันทำให้ผมรณรงค์ให้คนไม่สูบบุหรี่จนถึงทุกวันนี้
คนทั่วไปจะเข้าใจผิดว่า โรคนี้ต้องสูบนานๆถึงจะเป็น
แต่ความจริงคนที่สูบบุหรี่ ถุงลมขนาดเล็กๆในปอดทั้งสองข้าง จะค่อยๆถูกสารเคมีต่างๆในควันบุหรี่ทำลายไปทีละน้อย กว่าที่จะแสดงอาการเหนื่อย ถุงลมในปอดได้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมากแล้ว
มีพยาธิแพทย์ชื่อ Oscar Auerbach ที่ทำวิจัยความสัมพันธ์ของจำนวนบุหรี่ที่สูบ จำนวนปีที่สูบบุหรี่ กับจำนวนถุงลมปอดที่ถูกทำลาย
ในคนที่สูบบุหรี่ที่ยังไม่มีอาการเหนื่อย เมื่อเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น การตรวจศพ นพ Auerbach สามารถบอกได้ว่า คนไข้สูบบุหรี่มานานกี่ปีแล้ว โดยพบถุงลมปอดที่ถูกทำลายชัดเจนในคนที่สูบบุหรี่มาเพียง 5 ปีขึ้นไป
อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ร่วมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ที่สถิติคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพอง( โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง) ลดลงจาก 1,098 ราย ต่อ 100,000 ประชากรในปี 2547 เหลือ 478 ราย ต่อ 100,000 ในปี 2562
ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน คนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอด ลดลงจาก 864 เหลือ 683 รายต่อประชากร 100,000 คน
ใครที่บอกว่า กลุ่มที่รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทำงานไม่ได้ผล จึงเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ต้องการดิสเครดิตคนที่รณรงค์ไม่สูบบุหรี่
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 8 กันยายน 2569
อ้างอิง
https://www.facebook.com/share/v/19Q78N7aai/?mibextid=wwXIfr


ร่วมแสดงความคิดเห็น