“เสธ.หมึก” ย้ำ “ไทยแลนด์ โอเพ่น” เวทีปั้นดาวรุ่ง พร้อมยืนยันไม่อนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่ง

“เสธ.หมึก” ย้ำ “ไทยแลนด์ โอเพ่น” เวทีปั้นดาวรุ่ง พร้อมยืนยันไม่อนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่ง พิจิตรพร้อมจัดสนามสุดท้ายชี้แชมป์ประเทศไทย

“เสธ.หมึก” เผยศึกสองล้อ “ไทยแลนด์ โอเพ่น” ทุกสนามไม่อนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาหน้าใหม่และดาวรุ่งได้แสดงศักยภาพก้าวสู่ทีมชาติในอนาคต ขณะที่สนามสุดท้าย วันที่ 12-13 กันยายน ที่จังหวัดพิจิตร จะเป็นสนามชี้ชะตาว่าใครคือแชมป์ประเทศไทยและได้ครองถ้วยพระราชทานฯ ด้าน “นายธนิต ภูมิถาวร” รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยืนยันความพร้อมทุกด้าน พร้อมต้อนรับนักปั่นและผู้ติดตามจากทั่วประเทศ

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ร่วมกับจังหวัดพิจิตร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร, สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน “ไทยแลนด์ โอเพ่น” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 สนามที่ 4 (สนามสุดท้าย) ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 โดยใช้เส้นทางสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ภายในบึงสีไฟ ผ่านอำเภอโพธิ์ประทับช้าง และผ่านอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ระยะทาง 72 กม.

พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น ทุกสนาม สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ร่างระเบียบข้อบังคับว่าไม่อนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขัน เนื่องจากสมาคมฯ ต้องการแบ่งการแข่งขันออกจากกันอย่างชัดเจน โดยรายการที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศจะเปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้ ขณะที่รายการไทยแลนด์ โอเพ่นถือเป็นเวทีสำหรับนักกีฬาหน้าใหม่และดาวรุ่ง ทั้งรุ่นยุวชน เยาวชน และประชาชน ได้ลงสนามแสดงศักยภาพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อเฟ้นหานักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นก้าวขึ้นสู่ทีมชาติในอนาคต

“สำหรับการแข่งขันสนามที่ 4 นี้ เป็นสนามสุดท้ายในการตัดสินว่านักปั่นคนใดจะได้เป็นแชมป์ประเทศไทย และได้ครองถ้วยพระราชทานฯ คาดว่าจะมีนักปั่นเดินทางไปร่วมแข่งขันจำนวนมาก รวมทั้งผู้ติดตามเกือบ 2,000 คน ทำให้โรงแรมที่พักและรีสอร์ตในจังหวัดพิจิตรเต็มเกือบทุกแห่ง นอกจากจะสร้างสีสันให้จังหวัดพิจิตรแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านสินค้า OTOP และร้านจำหน่ายของฝากต่าง ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนักปั่นและผู้ติดตามยังสามารถไปท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เช่น ไปกราบสักการะหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, วัดโพธิ์ประทับช้าง โบราณสถานเก่าแก่อายุร่วม 300 ปี, ท่องเที่ยวย่านตลาดเก่าวังกรด และชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินภายในบึงสีไฟ เป็นต้น” พลเอกเดชา กล่าว

“เสธ.หมึก” กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขัน ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้มอบหมายให้ นาวาเอกฐิตพร น้อยรักษ์ เลขาธิการสมาคมฯ และ “โค้ชตั้ม” วิสุทธิ์ กสิยะพัท รองประธานฝ่ายเทคนิค พร้อมคณะเดินทางไปร่วมประชุมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สาธารณสุข, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, อาสาสมัครกู้ภัย โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวธนียา นัยพิจิตร ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ย้ำภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ให้เตรียมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ

พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ได้รับเกียรติจาก นางสาวธนียา นัยพิจิตร ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหอชมนก ภายในบึงสีไฟ เริ่มเวลา 08.30 น. ส่วนพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ได้รับเกียรติจาก นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธี เริ่มเวลา 07.30 น. โดยมีการถ่ายทอดสดให้ชมทางเฟซบุ๊กไลฟ์ Thailand Cycling Association และ TCA Channel รวมทั้ง YouTube : TCA Channel ตลอดการแข่งขันทั้ง 2 วัน

ด้าน นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จังหวัดพิจิตรมีสนามจักรยานภายในบึงสีไฟ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข” จังหวัดพิจิตรมีความพร้อมในการจัดการแข่งขันจักรยานทั้งเสือภูเขาทางเรียบและประเภทถนนอย่างมาก โดยเฉพาะเส้นทางภายในบึงสีไฟและเส้นทางด้านนอกที่กำหนดไว้ เพราะจังหวัดพิจิตรมีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันกีฬาจักรยานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และพร้อมต้อนรับนักปั่นที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ข้อได้เปรียบของจังหวัดพิจิตรคือเป็นจังหวัดกึ่งกลางระหว่างภาคเหนือกับภาคกลาง นักกีฬาก็เดินทางสะดวก

“ในส่วนของเส้นทางแข่งขันสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ภายในบึงสีไฟก็มีความสวยงาม และเป็นที่รู้จักของนักปั่นทั่วประเทศเป็นอย่างดี ขณะที่เส้นทางที่ปั่นออกไปยังอำเภอโพธิ์ประทับช้างและอำเภอตะพานหิน ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวัดโพธิ์ประทับช้างที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนอำเภอตะพานหินก็จะผ่านสวนส้มโอของชาวบ้าน ขอเชิญชวนบรรดานักปั่นจากทั่วประเทศมาร่วมแข่งขันและมาท่องเที่ยวยังจังหวัดพิจิตร พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรพร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่งครับ” นายธนิตกล่าว

สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเข้าแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน “ไทยแลนด์ โอเพ่น” ชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2569 สนามที่ 4 (สนามสุดท้าย) ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน ที่สนามสราญจิตมงคลสุข (บึงสีไฟ) จังหวัดพิจิตร สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th ถึงวันที่ 10 กันยายน เวลา 12.00 น. หรือสมัครได้ที่กองอำนวยการจัดการแข่งขัน ณ บริเวณหอชมนก ภายในบึงสีไฟ วันศุกร์ที่ 11 กันยายน เวลา 12.00-17.00 น. นอกจากนี้สามารถสมัครผ่าน QR Code หรือลิงก์ www.thaicycling.or.th/event-onsite⁠ ซึ่งระบบจะเปิดในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน เวลา 09.00-17.00 น. ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Thailand Cycling Association หรือสอบถามได้ที่ โทร. 0-2719-3340-2 ในวันและเวลาราชการ

ร่วมแสดงความคิดเห็น